เนื้อหาดูได้ที่:
การรักษาความสะอาดของโรงฟักไข่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพของลูกไก่แรกเกิด กระบวนการที่มักถูกมองข้ามแต่มีประสิทธิภาพและส่งผลดี คือการกำจัดไข่ใสและไข่ที่มีการตายของตัวอ่อนในระยะเริ่มต้นระหว่างการฉีดวัคซีนในไข่และการถ่ายโอน
การทำความสะอาดโรงฟักอย่างเข้มงวดเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดูแลสุขภาพของลูกไก่แรกฟัก กระบวนการหนึ่งที่มักถูกมองข้ามแต่มีประสิทธิภาพและส่งผลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ คือ การคัดแยกไข่ใสและไข่ที่มีการตายของตัวอ่อนในระยะเริ่มต้นออกระหว่างขั้นตอนการฉีดวัคซีนในไข่ (in ovo vaccination) และการย้ายถาดฟัก กระบวนการดังกล่าวช่วยลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์และลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อก่อโรค ส่งผลให้ลูกไก่มีพัฒนาการที่แข็งแรงและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นตั้งแต่ช่วงชั่วโมงแรกของชีวิต
การคัดแยกไข่ใสและไข่ที่มีการตายของตัวอ่อนในระยะเริ่มต้นออก จะช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมยิ่งขึ้นสำหรับไข่ที่มีการพัฒนาของตัวอ่อนซึ่งยังคงอยู่ในถาดฟัก ส่งผลให้มีแนวโน้มเพิ่มอัตราการฟัก ลดอัตราการตายในช่วง 7 วันแรกหลังฟัก และช่วยยกระดับคุณภาพของลูกไก่โดยรวม นอกจากนี้ แนวปฏิบัติดังกล่าวยังช่วยลดปริมาณไข่สูญเสียในถาดฟัก เพิ่มความรวดเร็วของกระบวนการทำงาน และทำให้การทำความสะอาดเป็นไปได้อย่างง่ายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เหตุใดการคัดแยกไข่ที่ไม่สามารถพัฒนาได้จึงมีความสำคัญ?
ไข่ที่ไม่สามารถพัฒนาได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อการปนเปื้อนต่อการเจริญเติบโตของลูกไก่ หากถูกทิ้งไว้ในตู้ฟัก เมื่อไข่เหล่านี้เริ่มเสื่อมสภาพ จะปล่อยสารอินทรีย์ซึ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา การสัมผัสดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงที่ลูกไก่จะติดเชื้อและเกิดโรคต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อบริเวณสะดือ (navel infection) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและอัตราการอยู่รอดของลูกไก่ (Van Immerseel, F. et al. (2004) “Intermittent Long-Term Shedding and Induction of Carrier Birds after Infection of Chickens Early Posthatch with a Low or High Dose of Salmonella Enteritidis,” Poultry Science, 83: 1911–1916)
- คุณภาพอากาศภายในโรงฟักอาจถูกกระทบจากการปนเปื้อนของเชื้อก่อโรค เช่น เชื้อรา Aspergillus ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพและสมรรถนะการเจริญเติบโตของลูกไก่ การคัดแยกไข่ใสและไข่ที่มีการตายของตัวอ่อนในระยะเริ่มต้นออกอย่างทันท่วงที ช่วยลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ในสภาพแวดล้อม ส่งเสริมการผลิตลูกไก่ที่มีสุขภาพแข็งแรง แข็งแกร่ง และมีอัตราการอยู่รอดสูงยิ่งขึ้น (Williams CJ, Radford AT, Shepherd LE, Richardson DR. The Effects on Hatchability of Automated Clear Egg Removal Prior to Transfer and In Ovo Vaccination. Technical Review, July 2002)
จากการศึกษาในโรงฟัก พบว่าอัตราการเกิดไข่ขึ้นราในกลุ่มที่ผ่านกระบวนการด้วยเครื่อง Embrex® Egg Remover ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มไข่ที่ถูกย้ายไปยังตู้ฟักโดยไม่มีการคัดแยกไข่ใสและไข่ที่มีการตายของตัวอ่อนในระยะเริ่มต้น (ข้อมูลภายในบริษัท รายงานการศึกษาเลขที่ 02-02-1300, Zoetis Inc.)
เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ระบบอัตโนมัติ เช่น Embrex Egg Remover เมื่อทำงานร่วมกับการฉีดวัคซีนในไข่ (in ovo vaccination) และ/หรือระบบย้ายไข่อัตโนมัติ ถือเป็นโซลูชันที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการออกแบบให้สามารถตรวจจับและคัดแยกไข่ใส รวมถึงไข่ที่มีการตายของตัวอ่อนในระยะเริ่มต้นได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน และยกระดับคุณภาพของลูกไก่ให้ดียิ่งขึ้น
เทคโนโลยีการส่องไข่ Embrex Accusight® (ovoscopy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Inovoject® NXT ของบริษัท Zoetis สามารถตรวจจับไข่ใสและไข่ที่มีการตายของตัวอ่อนในระยะเริ่มต้นได้ด้วยความแม่นยำมากกว่า 99% โดยไข่ที่ไม่สามารถพัฒนาได้เหล่านี้คิดเป็นประมาณ 97% ของไข่ที่ถูกคัดแยกออกในกระบวนการย้ายไข่³ ขณะเดียวกัน ตัวอ่อนที่ยังมีชีวิตจะถูกย้ายอย่างนุ่มนวลด้วยเทคโนโลยี Haylo® ช่วยให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกสุขลักษณะ มีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน
อัตราการฟักและความมีชีวิตรอดที่สูงขึ้น
การศึกษาภาคสนามแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการคัดแยกไข่ที่ไม่สามารถพัฒนาได้ออกในระหว่างกระบวนการฟัก โดยพบว่าอัตราการฟักเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยสูงสุดถึง 3% ซึ่งเห็นผลชัดเจนเป็นพิเศษในฝูงพ่อแม่พันธุ์ที่มีอายุมากกว่า 60 สัปดาห์ นอกจากนี้ อัตราการตายในช่วง 7 วันแรกหลังฟักลดลง 0.29% ในฝูงที่ใช้เครื่อง Embrex Egg Remover เมื่อเปรียบเทียบกับฝูงที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ดังกล่าว (รูปที่ 1)¹
การลดความเสี่ยงของการเกิดโรค
การลดการสัมผัสกับจุลินทรีย์ก่อโรคสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในลูกไก่ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการติดเชื้อดังกล่าวอาจก่อให้เกิดการอักเสบ ภาวะไข้ หรืออาการซึม ส่งผลกระทบในทางลบต่อพัฒนาการในระยะแรกของชีวิต เนื่องจากลูกไก่จำเป็นต้องเพิ่มน้ำหนักตัวประมาณ 4–5 เท่าภายในช่วง 7 วันแรกหลังฟัก การลดความเสี่ยงเหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตที่เหมาะสมและสมรรถนะการเลี้ยงที่ดีเมื่อย้ายไปเลี้ยงในฟาร์ม
การสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการและผลลัพธ์
การนำเทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ เช่น ระบบอัตโนมัติสำหรับการคัดแยกไข่ที่ไม่สามารถพัฒนาได้ จำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนด้านเทคนิคเฉพาะทาง โดยบริษัท Zoetis ให้บริการแบบครบวงจร ซึ่งครอบคลุมการประเมินความเสี่ยงด้านจุลชีววิทยา การตรวจประเมินกระบวนการปฏิบัติงาน (operational audits) โปรแกรมการฝึกอบรม และการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน เพื่อช่วยให้โรงฟักสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและรักษาผลลัพธ์ที่มีความสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง
การระบุและคัดแยกไข่ที่ไม่สามารถพัฒนาได้ออกตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ ปรับปรุงสุขภาพของลูกไก่ และเพิ่มอัตราการฟัก เทคโนโลยีที่มีความน่าเชื่อถือของ Zoetis ช่วยเสริมความแม่นยำในการดำเนินงาน และสนับสนุนความสำเร็จของโรงฟักผ่านการให้บริการด้านเทคนิคแบบครบวงจรที่ปรับให้เหมาะสมกับแต่ละโรงงาน
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ของการคัดแยกไข่ที่ไม่สามารถพัฒนาได้ และเทคโนโลยีที่มีความน่าเชื่อถือซึ่งสามารถช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของท่าน โปรดติดต่อผู้แทนบริษัท Zoetis ของท่าน
การตรวจจับและคัดแยกไข่ใสและไข่ที่มีการตายของตัวอ่อนในระยะเริ่มต้นได้อย่างแม่นยำ ควบคู่กับการรักษาไข่ที่มีตัวอ่อนสมบูรณ์ไว้ จะช่วยเพิ่มอัตราการฟัก ลดอัตราการตายในช่วง 7 วันแรกหลังฟัก และยกระดับความสามารถในการอยู่รอดโดยรวมของลูกไก่²
อ้างอิง
- 1 Williams CJ, Radford AT, Shepherd LE, Richardson DR. The Effects on Hatchability of Automated Clear Egg Removal Prior to Transfer and In Ovo Vaccination. Technical Review, July 2002
- 2 Data on file, Study Report No. 02-02-1300, Zoetis Inc.
- 3 Data on file, Study Report No. 1-20-70R7D, Zoetis Inc.

