บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส (FSSIA) ปรับลดราคาเป้าหมายหุ้น GFPT ลงเหลือ 10.80 บาท พร้อมคงคำแนะนำ “ถือ” หลังประเมินแนวโน้มธุรกิจไก่เผชิญแรงกดดันจากการส่งออกที่ชะลอตัว และต้นทุนอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้น
บทวิเคราะห์ระบุว่า กำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 คาดอยู่ที่ 485 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนภาพรวมธุรกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แม้อัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวใกล้เคียงระดับ 14.3% จากราคาขายไก่ที่ปรับเพิ่มขึ้นและการใช้สต็อกวัตถุดิบต้นทุนต่ำ
อย่างไรก็ตาม ปริมาณส่งออกไก่มีแนวโน้มต่ำกว่าที่เคยคาด โดยคาดอยู่ที่ประมาณ 7,500 ตัน ลดลงทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและปีก่อน จากอุปสงค์ที่อ่อนตัวในตลาดหลัก ได้แก่ ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ซึ่งยังคงระงับการนำเข้าไก่จากไทยตั้งแต่ไตรมาส 4/2568
ในด้านราคา สถานการณ์เริ่มกดดันมากขึ้น โดยราคาไก่เนื้อในเดือนเมษายนปรับลดลงเหลือประมาณ 39.5 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาลูกไก่และโครงไก่ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน สวนทางกับต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งกากถั่วเหลืองและข้าวโพด ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้เต็มที่
FSSIA ประเมินว่าแนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/2569 อาจอ่อนตัวลงทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและปีก่อน แม้ว่าปริมาณส่งออกจะมีโอกาสฟื้นตัวตามฤดูกาล แต่ยังถูกจำกัดจากปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ปัญหาค่าเงินในประเทศคู่ค้า และกำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่แข็งแรง
สำหรับทั้งปี 2569 FSSIA ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิของ GFPT ลง 8.7% เหลือ 1.94 พันล้านบาท หรือหดตัว 20.5% จากปีก่อน โดยปรับลดสมมติฐานปริมาณส่งออกลง และปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่ราคาขายมีข้อจำกัดในการปรับเพิ่มตามภาวะการบริโภคที่อ่อนตัว
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าแรงกดดันด้านต้นทุนจะเริ่มชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 และอาจรุนแรงขึ้นในไตรมาส 3 เมื่อสต็อกวัตถุดิบราคาต่ำเริ่มหมดลง
ภาพรวมสะท้อนว่า ธุรกิจไก่ในปี 2569 ยังคงเผชิญความท้าทายจากทั้งด้านรายได้และต้นทุน โดยทิศทางในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของตลาดส่งออกและอุปสงค์ในประเทศเป็นสำคัญ

