เนื้อหาดูได้ที่:
ไก่ย่างห้าดาว (Five Star) เดินหน้าวางยุทธศาสตร์ระยะยาว ปรับโฉมธุรกิจครั้งใหญ่เพื่อผลักดันแบรนด์สู่การเป็นผู้เล่นระดับโลก โดยเตรียมขยายการลงทุนในตลาดศักยภาพสูง ทั้งอินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ รัสเซีย และวางแผนรุกตลาดยุโรปในอนาคต ควบคู่กับการยกระดับร้านแฟรนไชส์และพัฒนาเมนูใหม่ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
ปัจจุบัน ไก่ย่างห้าดาว มีเครือข่ายร้านในประเทศไทยมากกว่า 5,000 สาขา และในต่างประเทศรวมกว่า 10,000 สาขา จากการดำเนินธุรกิจมากว่า 40 ปี ซึ่งบริษัทมองว่าการเติบโตในทศวรรษต่อไปจำเป็นต้องอาศัยการปรับตัวทั้งด้านรูปแบบร้าน นวัตกรรมอาหาร และความยั่งยืน เพื่อรองรับการแข่งขันในตลาดโลก
นายสุนทร จักษุกรรฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน จำกัด กล่าวว่า บริษัทกำลังเร่งยกระดับร้านแฟรนไชส์จากรูปแบบสตรีทฟู้ดสู่ร้านอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurant: QSR) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน โดยปัจจุบันสามารถพัฒนาร้านรูปแบบดังกล่าวแล้วกว่า 450 สาขา
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ บริษัทเข้าไปสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การวิเคราะห์ทำเล การปรับปรุงพื้นที่ขาย การเชื่อมต่อระบบเดลิเวอรี ไปจนถึงการควบคุมมาตรฐานคุณภาพ เพื่อเพิ่มรายได้และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสานต่อธุรกิจแฟรนไชส์
แม้จะปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย แต่ Five Star ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ ด้วยจุดจำหน่ายแบบ Grab & Go ควบคู่กับพื้นที่นั่งรับประทานภายในร้าน พร้อมเดินหน้าขยายสาขาในทำเลยุทธศาสตร์ เช่น โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน และสนามบิน โดยสาขาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถสร้างยอดขายเมนูชิกเก้นแรปได้มากกว่า 300 ชิ้นต่อวัน
ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัทเดินหน้าต่อยอดจากเมนูไก่ย่างซิกเนเจอร์ สู่เมนูที่หลากหลาย อาทิ เบอร์เกอร์ ชิกเก้นแรป เมนูข้าว และเมนูตามฤดูกาล เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกและมีตัวเลือกมากขึ้น
จุดแข็งสำคัญของ Five Star คือการบริหารห่วงโซ่อุปทานภายใต้เครือ CPF ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพวัตถุดิบได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งด้านมาตรฐานความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ และคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
สำหรับตลาดต่างประเทศ บริษัทใช้กลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับรสนิยมของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ โดยยังคงกลิ่นอายความเป็นอาหารไทย เช่น เมนูไก่กรอบมาซาล่าในอินเดีย และเมนูไก่ย่างสูตรท้องถิ่นในฟิลิปปินส์ เพื่อเพิ่มการยอมรับของผู้บริโภคในแต่ละตลาด
นอกจากนี้ Five Star ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ผ่านการนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารสต็อกเพื่อลดปริมาณอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste) การพัฒนาโรงงานตามแนวคิด Green Building เพื่อลดการใช้พลังงานและการปล่อยน้ำเสีย รวมถึงการลดการใช้พลาสติกหน้าร้านลงประมาณ 30% และทยอยเปลี่ยนมาใช้ช้อนส้อมสเตนเลสในร้านที่มีพื้นที่นั่งรับประทาน
นายสุนทร กล่าวว่า เป้าหมายระยะต่อไปคือการผลักดัน Five Star ให้ก้าวสู่การเป็นแบรนด์อาหารระดับโลก โดยเริ่มจากการขยายตลาดในเอเชียใต้ ก่อนต่อยอดสู่รัสเซียและยุโรป ขณะเดียวกันยังคงยึดแนวคิดการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย และรักษาเอกลักษณ์ของไก่ย่างสไตล์ไทยที่เข้าถึงง่าย คุ้มค่า และเติบโตไปพร้อมกับเครือข่ายแฟรนไชส์ในระยะยาว

