Site icon aviNews, la revista global de avicultura

ปศุสัตว์ไทยชี้ “ข้าวโพดนำเข้า” จำเป็นเร่งด่วน ลดต้นทุน-แก้ของแพง แตะ 13 บาท/กก. สูงสุดในโลก

Escrito por: aviNews Thailand Team

สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย พร้อมด้วยพันธมิตร 4 สมาคม และเครือข่ายรวม 21 สมาคมในภาคปศุสัตว์และประมง ออกแถลงชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกา ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะ

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล เลขาธิการสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ระบุว่า การนำเข้าข้าวโพดมีความจำเป็น 2 ด้านสำคัญ ได้แก่ การบริหารความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐ และการแก้ปัญหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ยังขาดแคลนในประเทศ

ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ราว 9 ล้านตันต่อปี แต่ผลิตได้เพียง 5 ล้านตัน ส่งผลให้ขาดแคลนประมาณ 4 ล้านตัน โดยต้องนำเข้ารวมราว 3.2 ล้านตัน และยังคงมีช่องว่างความต้องการอีกประมาณ 0.8 ล้านตัน

ด้านราคาข้าวโพดในประเทศ ปรับตัวสูงถึง 13 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งสมาพันธ์ฯ ระบุว่าเป็นระดับ “สูงที่สุดในโลก” ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาสินค้าเนื้อสัตว์ปรับลดลง สร้างแรงกดดันต่อทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการ

สมาพันธ์ฯ ชี้ว่า รัฐบาลยังคงมีมาตรการดูแลเกษตรกรไทย เช่น การพยุงราคาข้าวโพด และการกำหนดให้ผู้นำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐต้องซื้อผลผลิตในประเทศในสัดส่วน 3:1 ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยรักษาเสถียรภาพตลาดภายใน

ในประเด็นสิ่งแวดล้อม ภาคอุตสาหกรรมระบุว่าการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศจะช่วยลดการเผาในพื้นที่เพาะปลูก และลดปัญหา PM2.5 รวมถึงสนับสนุนแนวโน้มการผลิตอาหารสัตว์คาร์บอนต่ำในอนาคต

ขณะที่ข้อกังวลเรื่องพืชดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) สมาพันธ์ฯ ยืนยันว่า GMO ถูกใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลกมากกว่า 30 ปี รวมถึงในอุตสาหกรรมไทย โดยไม่พบผลกระทบต่อสุขภาพหรือการส่งออก และอยู่ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยทางวิชาการ

ทั้งนี้ สมาพันธ์ฯ ยังระบุว่า การใช้วัตถุดิบทดแทนในประเทศ เช่น มันสำปะหลัง ปลายข้าว รำข้าว หรือข้าวเปลือก มีข้อจำกัดด้านคุณภาพ โภชนาการ ต้นทุน และความเสี่ยงด้านการผลิตสัตว์ ทำให้ไม่สามารถทดแทนข้าวโพดได้ทั้งหมดโดยไม่เพิ่มต้นทุนรวม

ภาคอุตสาหกรรมย้ำว่า การนำเข้าข้าวโพดในกรอบที่เหมาะสมจะช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์ ส่งผลดีต่อราคาสินค้าโปรตีนของผู้บริโภค และเสริมความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว

ท้ายสุด การแถลงครั้งนี้สะท้อนจุดยืนร่วมของ 21 สมาคมในภาคปศุสัตว์และประมง ที่ต้องการให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อทิศทางนโยบายวัตถุดิบอาหารสัตว์ของประเทศ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

Exit mobile version