ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า การส่งออกไก่สดแช่เย็นและแช่แข็งของไทยในปี 2569 มีแนวโน้มหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี โดยคาดว่ามูลค่าส่งออกจะอยู่ที่ 1,255 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 13% จากปีก่อน (YoY) หลังช่วง 5 เดือนแรกของปีหดตัวไปแล้วกว่า 20% สะท้อนแรงกดดันจากตลาดส่งออกหลัก โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่น
ปัจจัยสำคัญมาจากการที่ สำนักงานศุลกากรจีน (GACC) สั่งระงับสิทธิ์นำเข้าชิ้นส่วนและเนื้อไก่จาก โรงงานไทย 17 แห่ง จากทั้งหมด 22 แห่ง เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 หลังตรวจพบว่ายอดส่งออกสูงเกินกำลังการผลิตจริง ส่งผลให้การส่งออกไก่สดแช่เย็นและแช่แข็งของไทยไปจีนชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบัน จีนเป็นตลาดส่งออกไก่สดแช่เย็นและแช่แข็งอันดับ 3 ของไทย คิดเป็นสัดส่วน 16% ของการส่งออกทั่วโลก โดยสินค้าหลักเกือบทั้งหมดเป็น เนื้อไก่และเครื่องในแช่แข็ง (99.9%) ขณะที่ในปี 2566 จีนเคยเป็นตลาดอันดับ 1 ของไทย มีสัดส่วนสูงถึง 37% ของการส่งออกทั้งหมด
แม้ผู้ประกอบการไทยจะเร่งหาตลาดใหม่ เช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง เนเธอร์แลนด์ และแอฟริกาใต้ เพื่อชดเชยยอดขายที่หายไป แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่ายังทดแทนได้เพียงบางส่วน เนื่องจากตลาดเหล่านี้ยังมีขนาดเล็กกว่าจีน
อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณบวกจากการที่ ไทยและจีนเห็นชอบร่างพิธีสารการส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ฉบับใหม่ร่วมกันแล้ว และอยู่ระหว่างรอลงนาม ขณะที่โรงงานไทยเร่งปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่ หากดำเนินการได้สำเร็จ การส่งออกไปจีนมีโอกาสทยอยฟื้นตัว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยแนะผู้ประกอบการเร่งยกระดับ ระบบตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัล (Digital Traceability) รวมถึงนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ เพื่อรองรับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารที่เข้มงวดขึ้นในตลาดสำคัญ เช่น จีน ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป
นอกจากนี้ ควรกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดที่ยังมีความต้องการสูง อาทิ มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ และแอฟริกาใต้ พร้อมเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่ม เช่น ไก่แปรรูปและไก่ปรุงสุก เพื่อลดผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคากับคู่แข่งสำคัญอย่าง บราซิลและรัสเซีย ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าไทยราว 30%
https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/Pages/Info486-Chilled-Frozen-Chicken-FB-2026-07-08

