Site icon aviNews, la revista global de avicultura

“อัครา” ผนึกญี่ปุ่นอัปเกรดธุรกิจไข่ไก่ ดันสินค้าเกรดพรีเมียมกินดิบได้ เจาะนิวเจนรักสุขภาพ

Escrito por: aviNews Thailand Team

“แสงทอง-อัครา” หนึ่งในผู้เล่นระดับ Top 3 ธุรกิจไข่ไก่ออร์แกนิกของไทย เดินหน้าขยายธุรกิจจากฟาร์มไก่สู่ Food Innovation เต็มรูปแบบ ล่าสุดจับมือพันธมิตรญี่ปุ่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ไข่ไก่พรีเมียม หวังเจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ พร้อมต่อยอดสินค้าแปรรูปครบวงจร รองรับเทรนด์บริโภคโปรตีนคุณภาพสูงที่กำลังเติบโต

นายธนาวุฑ เอื้อละพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการ เครือบริษัทแสงทอง-อัครา เปิดเผยว่า บริษัทมีนโยบายเชิงรุกในการสร้างแบรนด์ AKARA เพื่อขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ ให้หันมาบริโภคไข่ไก่และเนื้อไก่เพื่อสุขภาพมากขึ้น โดยเน้นจุดแข็งด้านคุณภาพสินค้า ความปลอดภัย และมาตรฐานการผลิตแบบออร์แกนิกครบวงจร

ปัจจุบัน เครือแสงทอง-อัครา ถือเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมครบวงจรของไทย มีจุดเริ่มต้นจากฟาร์มไก่ไข่ในอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ก่อนต่อยอดสู่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไข่ไก่สด ฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไข่ อาหารพร้อมรับประทาน และอาหารสัตว์

ธุรกิจบริหารผ่านบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท แสงทองสหฟาร์ม, บริษัท อัครา กรุ๊ป จำกัด และอัครา-ไอเซ โดยทายาทตระกูล “อัครนิธิยานนท์” เข้ามาสานต่อธุรกิจจากรุ่นบุกเบิก พร้อมยกระดับจาก “ฟาร์มไก่” สู่แบรนด์อาหารคุณภาพสูง เน้นระบบฟาร์มปิดและมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

ปัจจุบัน “อัครา” มีกำลังการผลิตไข่ไก่ประมาณ 3 ล้านฟองต่อวัน วางจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรดชั้นนำ เช่น Lotus’s, Big C, Tops, Gourmet Market และ Makro

ขณะที่ตลาดไข่ไก่ไทยมีผลผลิตรวมประมาณ 42 ล้านฟองต่อวัน โดยผู้บริโภคไทยบริโภคไข่เฉลี่ย 230 ฟองต่อคนต่อปี ยังต่ำกว่าระดับที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการที่ประมาณ 300 ฟองต่อคนต่อปี ขณะที่ชาวญี่ปุ่นบริโภคเฉลี่ยสูงถึง 350-400 ฟองต่อคนต่อปี สะท้อนศักยภาพการเติบโตของตลาดไข่ไก่ในประเทศไทย

นายธนาวุฑกล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้ร่วมมือกับ ISE Food, Inc. พันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ไข่ไก่สดเกรดพรีเมียม “AKARA ISE” ในประเทศไทย โดยนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีการผลิต และมาตรฐานบริหารฟาร์มแบบเดียวกับญี่ปุ่นมาใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพไข่ไก่ให้สามารถรับประทานแบบดิบได้ภายใต้มาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยสูง

ปัจจุบันสินค้ากลุ่มดังกล่าววางจำหน่ายในร้านค้าสไตล์ญี่ปุ่นและค้าปลีกพรีเมียม เช่น DON DON DONKI, UFM Fuji Super และ TAKA Marche

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายไลน์สินค้าแปรรูปอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสินค้ากว่า 100 รายการ ทั้งไข่ตุ๋น ไข่ลวก ไข่ต้มมะตูม เต้าหู้ถ้วย เต้าหู้หลอด รวมถึงเตรียมรุกตลาดกลุ่มแฮมเบอร์เกอร์และอาหารพร้อมรับประทานมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม

“การแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน เราจึงต้องพัฒนาสินค้าให้ทันกับเทรนด์ผู้บริโภค และโฟกัสตลาดให้ชัด เพื่อให้แบรนด์ AKARA อยู่ในใจและอยู่ในครัวของทุกบ้าน” นายธนาวุฑกล่าว

สำหรับตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนส่งออกประมาณ 5% โดยมีสิงคโปร์เป็นตลาดหลัก ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีมาตรฐานตรวจสอบฟาร์มและระบบบริหารจัดการเข้มงวดระดับสากล สะท้อนถึงคุณภาพและมาตรฐานการผลิตของแบรนด์ไทยที่สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้

Exit mobile version