การระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรง (HPAI) และแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ ทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้เร่งออกมาตรการฉุกเฉินเพิ่มอุปทานอาหารในประเทศ ทั้งการนำเข้าไข่ไก่จากต่างประเทศและลดภาษีนำเข้าเนื้อสัตว์ โดยไทยกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับโอกาสทางการค้าสำคัญจากสถานการณ์ดังกล่าว
ไข้หวัดนกกระทบหนัก ทำลายแม่ไก่กว่า 11 ล้านตัว
กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบทของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า การระบาดของโรคไข้หวัดนกในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้องทำลายแม่ไก่ไข่ถึง 11.34 ล้านตัว ส่งผลให้ผลผลิตไข่ไก่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีแนวโน้มหดตัว 1.2-3.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
รัฐบาลจึงเร่งนำเข้าไข่สดเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา โดยตั้งแต่ต้นปีนำเข้าแล้วกว่า 5.64 ล้านฟอง และมีแผนนำเข้าเพิ่มเติมจากสหรัฐอเมริกาและไทยอย่างต่อเนื่อง
ไทยขึ้นแท่นแหล่งนำเข้าไข่สำคัญของเกาหลีใต้
เกาหลีใต้มีกำหนดนำเข้าไข่สดจากไทย 1.12 ล้านฟอง ภายในปลายเดือนพฤษภาคม และอาจนำเข้าเพิ่มเติมในเดือนมิถุนายน หลังเผชิญความเสี่ยงด้านอุปทานจากการระบาดของไข้หวัดนกในรัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ
การเลือกไทยเป็นหนึ่งในแหล่งนำเข้าหลัก สะท้อนความเชื่อมั่นของเกาหลีใต้ต่อมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ของไทย รวมถึงข้อได้เปรียบด้านระยะทางขนส่ง ต้นทุนแข่งขันได้ และศักยภาพการผลิตไข่และผลิตภัณฑ์ไข่แปรรูปเพื่อการส่งออก
ลดภาษีนำเข้าเนื้อไก่-หมู สกัดเงินเฟ้ออาหาร
นอกจากไข่ไก่แล้ว รัฐบาลเกาหลีใต้ยังประกาศใช้มาตรการลดภาษีนำเข้าฉุกเฉิน (TRQ) สำหรับเนื้อสัตว์ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยจะ
✅ ลดภาษีนำเข้าเนื้อไก่ภายใต้โควตา 30,000 ตัน ถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569
✅ ลดภาษีนำเข้าเนื้อหมูภายใต้โควตา 12,000 ตัน ถึงสิ้นปี 2569
พร้อมอัดฉีดงบประมาณ 22,000 ล้านวอน สนับสนุนส่วนลดสินค้าเกษตร ปศุสัตว์ และอาหารทะเล รวมถึงเพิ่มปริมาณสินค้าเข้าสู่ตลาดเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
โอกาสใหม่ของผู้ส่งออกไทย
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล มองว่า สถานการณ์ดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มไข่ไก่ ผลิตภัณฑ์ไข่แปรรูป และเนื้อไก่ ซึ่งได้รับการยอมรับจากตลาดเกาหลีใต้อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ไทยยังไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกเนื้อหมูไปยังเกาหลีใต้ ทำให้ประโยชน์จากมาตรการลดภาษีนำเข้าเนื้อหมูยังตกอยู่กับประเทศที่ได้รับการรับรองแล้ว เช่น สหรัฐฯ แคนาดา ชิลี และบางประเทศในสหภาพยุโรป
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ไทยควรใช้โอกาสนี้เดินหน้าเจรจาด้านสุขอนามัยสัตว์กับเกาหลีใต้ เพื่อเปิดตลาดเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์แปรรูปในอนาคต ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทยในตลาดเกาหลีใต้ได้มากขึ้น
https://www.ditp.go.th/post/kgq752rlnx2kpn2l6fqnxo2v

