หอการค้าไทย ออกมาย้ำจุดยืนกรณีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จาก สหรัฐอเมริกา จำนวน 1 ล้านตัน ว่าไม่ใช่การนำเข้ามาแข่งขันหรือกดราคาผลผลิตของเกษตรกรไทย แต่เป็นการเติมเต็มวัตถุดิบที่ประเทศยังขาดแคลน เพื่อรักษาเสถียรภาพต้นทุนอาหารสัตว์และห่วงโซ่อาหารของประเทศในระยะยาว
นาย พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 และเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือซื้อขายข้าวโพดระหว่างภาคเอกชนไทยและสหรัฐฯ ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประมาณ 10–12 ล้านตันต่อปี แต่สามารถผลิตได้เพียง 4.8–5 ล้านตันต่อปี ส่งผลให้ไทยยังขาดแคลนวัตถุดิบอีกประมาณ 3–4 ล้านตันต่อปี และจำเป็นต้องนำเข้าอย่างต่อเนื่อง
“ประเทศไทยไม่มีข้าวโพดเพียงพออยู่แล้ว เราผลิตได้ประมาณ 4-5 ล้านตัน แต่ใช้จริงเกือบ 12 ล้านตันต่อปี ดังนั้นการนำเข้าจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นต่อเนื่องอยู่แล้ว ทั้งจากบราซิล อาร์เจนตินา และประเทศเพื่อนบ้าน” นายพจน์กล่าว
เขาระบุว่า การนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ จำนวน 1 ล้านตัน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปริมาณนำเข้าที่ไทยต้องใช้ตามปกติ ไม่ใช่การนำเข้ามาแทนผลผลิตเกษตรกรไทย และยังเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์ ภายใต้บริบทการเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ
อีกประเด็นสำคัญ คือ ช่วงเวลานำเข้าที่ถูกกำหนดไว้ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงก่อนผลผลิตข้าวโพดของเกษตรกรไทยจะออกสู่ตลาดราว 2 เดือน เพื่อลดผลกระทบต่อฤดูกาลจำหน่ายผลผลิตในประเทศ
นอกจากนี้ มาตรการคุ้มครองเกษตรกรไทยยังคงมีผลบังคับใช้อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องรับซื้อข้าวโพดในประเทศในสัดส่วน 3 ต่อ 1 หรือซื้อข้าวโพดไทย 3 ส่วน ต่อการนำเข้า 1 ส่วน เพื่อช่วยดูดซับผลผลิตในประเทศก่อนเปิดนำเข้า
นายพจน์ย้ำว่า ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้นำเข้า ไม่มีเป้าหมายที่จะนำเข้าสินค้ามากดราคาผลผลิตภายในประเทศ แต่จะนำเข้าเฉพาะในส่วนที่ประเทศไทยยังขาดแคลนหรือมีไม่เพียงพอต่อการใช้งานจริง พร้อมระบุว่าทุกฝ่ายระมัดระวังไม่ให้การนำเข้าส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทย
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของการบริหารนำเข้าครั้งนี้ คือ การรักษาเสถียรภาพต้นทุนอาหารสัตว์ ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักของสินค้าอุปโภคบริโภคหลายประเภท ทั้งเนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ นม อาหารทะเล และอาหารสัตว์เลี้ยง
โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า หากไทยสามารถนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ ได้ จะช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์ได้ประมาณ 8% ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้านค่าครองชีพของประชาชน และช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทยในระยะยาว
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศอยู่แล้วปีละประมาณ 1–2 ล้านตัน ส่วนใหญ่มาจาก เมียนมา ลาว และ กัมพูชา ภายใต้กรอบการค้า เขตการค้าเสรีอาเซียน ดังนั้น การนำเข้าข้าวโพดจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นกลไกบริหารวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ไทยดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสมดุล “ความมั่นคงอาหาร” ของประเทศ

