เนื้อหาดูได้ที่:
หลายคนอาจยังมีภาพจำว่า “ไก่ทอด” คืออาหารจานด่วนสไตล์ตะวันตก แต่ในความเป็นจริง เมนูเรียบง่ายจานนี้ได้ก้าวข้ามกรอบวัฒนธรรมเดิม และพัฒนาเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมอาหารที่เติบโตเร็วที่สุดของประเทศจีน
ข้อมูลจาก Red Food Industry Research (红餐产业研究) ระบุว่า ในปีพ.ศ. 2568 มูลค่าตลาดไก่ทอดของจีนมีแนวโน้มพุ่งทะลุ 105,000 ล้านหยวน หรือราว 466,724 ล้านบาท พร้อมจำนวนร้านไก่ทอดมากถึง 164,000 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่ไก่ทอดสไตล์อเมริกัน ไก่ทอดเกาหลี ไปจนถึงเมนูร่วมสมัยอย่างโครงไก่ทอด ไก่เส้นทอด และไก่ป๊อบ สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองรสนิยมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ไก่ทอดไม่ใช่แค่อาหาร แต่คือ “ไลฟ์สไตล์”
ในช่วงปีพ.ศ. 2562–2567 ขนาดตลาดไก่ทอดในจีนเติบโตต่อเนื่อง จาก 60,000 ล้านหยวน เป็น 94,000 ล้านหยวน ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 9.4% ต่อปี ไก่ทอดจึงไม่ใช่เพียงอาหารเพื่อความอร่อย แต่สะท้อนวิถีชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ ทั้งมื้อเร่งด่วน ของว่างยามบ่าย หรืออาหารสำหรับการสังสรรค์
สถิติในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ยังระบุว่า จีนมีร้านหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไก่ทอดกว่า 98,800 ร้าน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่า 4,000 ร้าน ตอกย้ำบทบาทของไก่ทอดในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวจีน
วัยรุ่น–วัยทำงาน คือกำลังหลักของตลาด
กลุ่มผู้บริโภคหลักอยู่ในช่วงอายุ 18–35 ปี คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 79% โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 18–25 ปี ขณะที่ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยบริโภคไก่ทอดอย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง สะท้อนถึงความถี่ในการบริโภคและการเข้าถึงที่สูง ทำให้ไก่ทอดกลายเป็นเมนูที่ “อยู่ได้ทุกโอกาส”
ตลาดเปิดกว้าง ยังไม่มีใครครองบัลลังก์
แม้ตลาดจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่โครงสร้างตลาดยังมีลักษณะกระจายตัวสูง กว่า 90% ของแบรนด์ไก่ทอดในจีนมีสาขาไม่เกิน 50 แห่ง และแบรนด์ที่มีสาขามากกว่า 500 แห่งมีเพียง 0.8% เท่านั้น สถานการณ์ดังกล่าวเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นรายใหม่ ขณะเดียวกันก็ผลักดันให้แบรนด์เดิมต้องเร่งสร้างความแตกต่างผ่านนวัตกรรมและกลยุทธ์ใหม่ ๆ
วัตถุดิบท้องถิ่น + เรื่องเล่าวัฒนธรรม = สูตรสำเร็จ
หนึ่งในเทรนด์ที่โดดเด่นคือการนำ รสชาติดั้งเดิมและวัฒนธรรมท้องถิ่น มาผสมผสานกับเมนูไก่ทอด ตัวอย่างเช่น แบรนด์ Red Fried Chicken (虎头炸) ที่นำ เต้าหู้ยี้แดง (南乳) วัตถุดิบขึ้นชื่อของเมืองเฉาซ่าน มณฑลกว่างตง มาพัฒนาเป็นเมนู Chaoshan Red Fried Chicken (潮汕南乳炸鸡)
แบรนด์ยังใช้สัญลักษณ์วัฒนธรรมจีนแต้จิ๋ว เช่น ภาพมงคล “เสือลงภูเขา” เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย และไม้เสี่ยงทาย มาเป็นจุดขายด้านการตลาด จนสามารถขยายสาขาได้มากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศจีน ภายในเวลาไม่กี่ปี
ความโปร่งใส–เดลิเวอรี่ ดันตลาดโตแรง
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการชูแนวคิด “ปรุงสด เห็นทุกขั้นตอน” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ควบคู่กับการเติบโตของแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ โดยในช่วงเดือนมกราคม–ตุลาคม พ.ศ. 2568 ยอดสั่งไก่ทอดผ่านเดลิเวอรี่มีสัดส่วนสูงถึง 53.1% ของตลาด เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า
มุมมองจาก สคต. เซี่ยเหมิน: โอกาสของผู้ประกอบการไทย
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน มองว่า กรณีศึกษาตลาดไก่ทอดจีนสะท้อนให้เห็นว่า อาหารธรรมดาสามารถพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูงได้ หากเข้าใจผู้บริโภคและเล่าเรื่องสินค้าได้อย่างมีพลัง
ในบริบทนี้ ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการนำเสนอ เครื่องปรุงและซอสแบบไทย เช่น น้ำจิ้มไก่ น้ำจิ้มแจ่ว ซอสพริก หรือซอสเครื่องแกง ซึ่งเป็นที่รู้จักและมีภาพลักษณ์เชิงบวกในตลาดจีน การผสมผสานรสชาติแบบไทยเข้ากับเมนูไก่ทอด ไม่เพียงช่วยสร้างความแตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูง แต่ยังสอดคล้องกับเทรนด์ผู้บริโภคจีนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “เรื่องเล่า” และที่มาของวัตถุดิบ
นอกจากนี้ ไทยยังมีศักยภาพในฐานะผู้ผลิตและส่งออกวัตถุดิบอาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ได้มาตรฐานสากล ซึ่งสามารถเข้าไปสนับสนุนธุรกิจไก่ทอดในจีน ทั้งในรูปแบบซัพพลายเออร์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วม หรือการขยายแฟรนไชส์อาหารไทยที่ปรับสูตรให้เข้ากับรสนิยมท้องถิ่น
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถต่อยอดโอกาสทางการตลาดผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในจีน เช่น Top Thai Brands ในเมืองสำคัญต่าง ๆ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Drive.ditp.go.th และสายด่วนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
เรียบเรียงจาก https://www.ditp.go.th/post/pold0ong6luze3y1a2qz210g

