Site icon aviNews, la revista global de avicultura

ไทยเร่งสร้าง “สมดุลความมั่นคงอาหาร” เปิดทางนำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ

Escrito por: aviNews Thailand Team
cracked corn

ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก “ความมั่นคงทางอาหาร” กลายเป็นวาระสำคัญที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเร่งจัดสมดุล โดยประเทศไทยเองก็เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์บริหารวัตถุดิบอาหารสัตว์ เพื่อรองรับความต้องการบริโภคและรักษาเสถียรภาพราคาอาหารในระยะยาว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกจับตาหลังคณะภาครัฐและเอกชนไทย หรือ “ทีมไทยแลนด์พลัส” นำโดย นาง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เดินทางเยือน สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญ คือแนวทางบริหารจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์ของไทย โดยเฉพาะการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ ภายใต้กรอบของ องค์การการค้าโลก

ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวัตถุดิบทดแทนรวมประมาณ 8.7–8.9 ล้านตันต่อปี ขณะที่ผลผลิตภายในประเทศอยู่ที่เพียง 4.7–5.2 ล้านตัน หรือคิดเป็นประมาณ 54% ของความต้องการทั้งหมด ทำให้ไทยยังขาดแคลนวัตถุดิบอีกประมาณ 3–4 ล้านตันต่อปี และจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ที่ผ่านมา ไทยนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา ลาว และ กัมพูชา รวมถึงนำเข้าข้าวสาลีเพื่อใช้ทดแทนในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ดังนั้น แผนนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ จำนวน 1 ล้านตัน จึงถูกมองว่าเป็น “การเติมเต็มช่องว่างวัตถุดิบ” มากกว่าการเข้ามาแทนที่ผลผลิตของเกษตรกรไทยโดยตรง

KResearch ประเมินว่า ข้าวโพดจากสหรัฐฯ จะเข้ามาทดแทนการใช้ข้าวสาลีและการนำเข้าบางส่วนจากประเทศอื่น มากกว่ากระทบผลผลิตในประเทศ อีกทั้งช่วงเวลานำเข้าจะอยู่ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงก่อนผลผลิตข้าวโพดไทยออกสู่ตลาดราว 2 เดือน เพื่อลดผลกระทบต่อฤดูกาลขายของเกษตรกรไทย

ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังคงใช้มาตรการคุ้มครองเกษตรกรในประเทศอย่างเข้มงวด โดยกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องรับซื้อข้าวโพดในประเทศในสัดส่วน 3 ต่อ 1 หรือซื้อข้าวโพดไทย 3 ส่วน ต่อการนำเข้า 1 ส่วน เพื่อช่วยดูดซับผลผลิตภายในประเทศก่อน

นาย กรนิจ โนนจุ้ย ระบุว่า การนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ “ไม่ได้แย่งตลาดเกษตรกรไทย” แต่เป็นการเติมเต็มในส่วนที่ประเทศยังขาดแคลน เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านอาหารสัตว์และราคาอาหารของประเทศ พร้อมย้ำว่าประเทศไทยมีการนำเข้าข้าวโพดอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ “ต้นทุน” โดยข้าวโพดจากสหรัฐฯ มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 254 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ต่ำกว่าการนำเข้าจากบางประเทศเพื่อนบ้าน และต่ำกว่าราคาข้าวสาลีที่อยู่ราว 320 ดอลลาร์ต่อตัน ส่งผลให้สามารถช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า หากไทยสามารถนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ ได้ตามแผน จะช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์ได้ประมาณ 8% ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมอาหารของประเทศ ทั้งเนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ และนม รวมถึงช่วยรักษาเสถียรภาพราคาอาหารในภาพรวม ท่ามกลางภาวะต้นทุนโลกที่ยังผันผวน

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศอยู่แล้วปีละประมาณ 1–2 ล้านตัน ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้กรอบการค้า เขตการค้าเสรีอาเซียน ดังนั้น การเปิดทางนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ ในครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการบริหาร “สมดุลความมั่นคงอาหาร” ของไทย เพื่อรองรับความต้องการใช้ภายในประเทศที่ยังสูงกว่าปริมาณผลผลิตในประเทศอย่างต่อเนื่อง

Exit mobile version