เนื้อหาดูได้ที่:
น้ำนมดิบ–สุกร–ไก่เนื้อโตต่อเนื่อง ขณะที่ “ไข่ไก่” ลดลงจากอากาศแปรปรวนและมาตรการคุมราคา คาดทั้งปีภาคเกษตรโตได้ 2.3–3.3%
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรไทยในไตรมาส 3 ปี 2568 (ก.ค.–ก.ย.) ขยายตัว 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดย สาขาปศุสัตว์ เริ่มกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง 0.2% หลังจากหดตัวในช่วงต้นปี โดยมีแรงหนุนสำคัญจาก การผลิตไก่เนื้อและสุกรที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการบริโภคภายในประเทศ
นายวินิต อธิสุข รองเลขาธิการ สศก. ระบุว่า ภาพรวมปศุสัตว์ไทยเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะ ไก่เนื้อ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการของตลาดภายในประเทศและภาคส่งออก ซึ่งยังคงมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป โดยเกษตรกรปรับปรุงระบบการเลี้ยงให้ได้มาตรฐานฟาร์มปลอดโรค เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงด้วยเทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิและระบบให้อาหารอัตโนมัติ ทำให้ผลผลิตต่อรอบสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาจำหน่ายไก่เนื้ออยู่ในระดับที่จูงใจ ส่งผลให้รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้น
ส่วน ไข่ไก่ มีแนวโน้มลดลงจากหลายปัจจัย ทั้ง อุณหภูมิสูงและฝนไม่สม่ำเสมอ ที่กระทบสุขภาพแม่ไก่ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการออกไข่ลดลง อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจาก มาตรการคุมราคาขายปลีกไข่ไก่ของภาครัฐ เพื่อบรรเทาค่าครองชีพผู้บริโภค ทำให้เกษตรกรบางส่วนลดจำนวนแม่ไก่ลงชั่วคราวเพื่อควบคุมต้นทุน ขณะที่ต้นทุนการผลิต เช่น ค่าอาหารสัตว์และพลังงาน ยังอยู่ในระดับสูง
ในภาพรวม สาขาปศุสัตว์ ยังได้รับแรงหนุนจาก ผลผลิตสุกร ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี หลังการควบคุมโรคระบาดได้ผลดี รวมถึง น้ำนมดิบ ที่ขยายตัวจากการพัฒนาสายพันธุ์โคนมและการจัดการอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพดีขึ้น
นายฉันทานนท์กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรตลอดปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวในกรอบ 2.3–3.3% โดยมีปัจจัยบวกจากการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ นโยบายภาครัฐในการส่งเสริมเทคโนโลยีการผลิต และมาตรการดูแลเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง แต่ยังต้องจับตาความเสี่ยงจาก ราคาปัจจัยการผลิตสูง อากาศแปรปรวน และความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกสินค้าปศุสัตว์และสินค้าเกษตรโดยรวม

