สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดบทวิเคราะห์เชิงลึก “เกษตรอัจฉริยะจีน” สะท้อนแรงกดดันใหม่ต่อสินค้าเกษตรไทย พร้อมชี้ชัด “ฟาร์มเกษตรไก่-ปศุสัตว์ไทย” ต้องเร่งยกระดับสู่ระบบพรีเมียม ใช้เทคโนโลยี-มาตรฐานความปลอดภัย และการตรวจสอบย้อนกลับ เป็นอาวุธสำคัญเจาะตลาดจีน 🐔🇨🇳
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. เปิดเผยว่า จีนกำลังเร่งปฏิรูปภาคเกษตรครั้งใหญ่ มุ่งสู่ “เกษตรสมัยใหม่ครบวงจร” โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ (รวมถึงฟาร์มไก่อัจฉริยะ) ไปจนถึงการแปรรูปและการตลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นคงทางอาหารอย่างเป็นระบบ
ไฮไลต์สำคัญ คือแผนจัดตั้ง “เขตสาธิตเกษตรสมัยใหม่” 500 แห่ง ภายในปี 2573 ครอบคลุม 6 สาขา ได้แก่ ธัญพืช ปศุสัตว์ (รวมฟาร์มไก่) เกษตรเฉพาะทาง เกษตรอัจฉริยะ เกษตรในเมือง และเกษตรพื้นที่แห้งแล้ง ซึ่งจะกลายเป็นต้นแบบการพัฒนาเกษตรจีนในอนาคต
ในด้านการค้า ปี 2568 จีนยังเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอันดับ 1 ของไทย มูลค่า 12,354.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 4 แสนล้านบาท) แต่เริ่มชะลอตัวเล็กน้อยจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอ การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง และมาตรการทางการค้า
สนค. เตือนว่า การที่จีนเร่งพึ่งพาตนเองด้านอาหาร จะทำให้ “สินค้าเกษตรพื้นฐาน” ของไทย รวมถึงสินค้าเกษตรดั้งเดิมและปศุสัตว์ เช่น ไก่สดหรือวัตถุดิบขั้นต้น ต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
แต่ในวิกฤตยังมีโอกาส โดยเฉพาะ
- สินค้าเกษตรพรีเมียม
- อาหารแปรรูปมูลค่าสูง
- ผลิตภัณฑ์จากฟาร์มไก่คุณภาพ (เช่น ไก่ปลอดสาร ไก่ออร์แกนิก ไก่แปรรูปพร้อมบริโภค)
ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคชนชั้นกลางของจีนที่ให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยอาหาร” และ “การตรวจสอบย้อนกลับ” มากขึ้น
สนค. แนะไทยต้องเร่งปรับเกม โดยเฉพาะ “ฟาร์มไก่และปศุสัตว์” ให้เข้าสู่ระบบ Smart Farm เช่น
- ใช้ IoT และ AI ควบคุมการเลี้ยง
- ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร
- พัฒนาระบบ traceability ครบวงจร
- เชื่อมโยงการผลิตกับอุตสาหกรรมแปรรูปและโลจิสติกส์
พร้อมผลักดันความร่วมมือไทย-จีน ผ่าน
การจับคู่เทคโนโลยี (Tech Matching)
การร่วมลงทุน (Joint Venture)
การเชื่อมตลาดและซัพพลายเชน
ผอ.สนค. ทิ้งท้ายว่า ไทยต้องสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางการค้า” ด้วยการยกระดับมาตรฐานสินค้าให้เหนือกว่าข้อกำหนด และหนีการแข่งขันด้านราคาไปสู่ “คุณภาพและมูลค่าเพิ่ม” เพื่อรักษาตำแหน่งในตลาดจีนระยะยาว
บทสรุป: เกมใหม่ของตลาดจีน ไม่ใช่แค่ขาย “ของถูก” แต่ต้องขาย “ของดี มีมาตรฐาน และตรวจสอบได้” — และนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของฟาร์มไก่และเกษตรไทยทั้งระบบ

