เครือบริษัทแสงทอง–อัครา ผู้ผลิตไข่ไก่ชั้นนำภายใต้แบรนด์ Akara เดินหน้าสนับสนุนการพัฒนากำลังคนด้านปศุสัตว์ ส่งมอบอาคารเรียนรวมสัตว์ปีกและสุกรที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้กับ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อยกระดับการเรียนการสอนและเตรียมความพร้อมบุคลากรรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย
พิธีส่งมอบจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ณ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่ามกลางผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา ศิษย์เก่า และผู้แทนจากหลายภาคส่วนที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
ยกระดับพื้นที่เรียนรู้ รองรับนักศึกษากว่า 400 คน
นายอรรณพ อัครนิธิยานนท์ ประธานกรรมการบริหาร เครือบริษัทแสงทอง–อัครา กล่าวว่า โครงการปรับปรุงอาคารครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจที่จะร่วมยกระดับการศึกษาด้านปศุสัตว์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรของประเทศ
การปรับปรุงครอบคลุมทั้งอาคารเรียนและห้องน้ำ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ ช่วยให้นักศึกษามีพื้นที่สำหรับเรียนภาคทฤษฎีและเตรียมความพร้อมก่อนลงปฏิบัติงานภาคสนาม โดยไม่ต้องพึ่งพาพื้นที่จากหน่วยงานอื่น
“ธุรกิจของเราเติบโตควบคู่กับภาคการเกษตรและปศุสัตว์ การสนับสนุนสถาบันการศึกษาจึงเป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาบุคลากรคุณภาพที่จะเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมในอนาคต ทั้งนักสัตวบาล สัตวแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านปศุสัตว์” นายอรรณพกล่าว
มุ่งยกระดับปศุสัตว์ไทยสู่เวทีโลก
นายอรรณพระบุว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีศักยภาพเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของกรมปศุสัตว์และมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ของไทย ทั้งไก่ สุกร และสัตว์น้ำ ไปยังตลาดโลก
นอกจากนี้ บริษัทเลือกสนับสนุนมหาวิทยาลัยขอนแก่น เนื่องจากมองเห็นศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นฐานการผลิตด้านการเกษตรและปศุสัตว์ที่สำคัญของประเทศ และมีบทบาทต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว
ภาคเอกชนจับมือมหาวิทยาลัย พัฒนาคนสู่ภาคอุตสาหกรรม
ด้าน รศ.ดร.ดรุณี โชติษฐยางกูร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การสนับสนุนจากเครือบริษัทแสงทอง–อัครา ไม่ได้มีเพียงการเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าฝึกงานเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการเรียนการสอน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานักศึกษาโดยตรง
อาคารเรียนรวมสัตว์ปีกและสุกรแห่งใหม่จะใช้เป็นพื้นที่เตรียมความพร้อมก่อนนักศึกษาลงปฏิบัติงานในฟาร์ม รวมถึงรองรับการเรียนการสอนภาคปฏิบัติของนักศึกษาสาขาสัตวศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันมีนักศึกษาประมาณ 400 คน
“อาคารแห่งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักศึกษาได้อย่างมาก” คณบดีกล่าว
สะท้อนความร่วมมือสร้างบุคลากรคุณภาพ
การส่งมอบอาคารเรียนในครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาในการร่วมพัฒนาบุคลากรด้านปศุสัตว์ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารของไทย เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคเกษตรและปศุสัตว์ในอนาคต.

