เนื้อหาดูได้ที่:
สหฟาร์ม หนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมอาหารและผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่รายใหญ่ของไทย ประกาศเดินหน้าขยายตลาดโลกเต็มกำลัง หลังยอดส่งออกเติบโตถึง 100% ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี พร้อมต่อยอดธุรกิจอาหารและประมงสู่ตลาดโปรตีนคุณภาพและอาหารแห่งอนาคต รองรับความต้องการผู้บริโภคทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ภายในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 บริษัท สหฟาร์ม จำกัด ได้นำเสนอศักยภาพสินค้าอาหารคุณภาพระดับสากล ทั้งไก่สด ไก่แปรรูป ไก่ปรุงสุก และผลิตภัณฑ์จากกลุ่มธุรกิจประมง ตอกย้ำความพร้อมของอุตสาหกรรมอาหารไทยในการแข่งขันบนเวทีโลก ท่ามกลางความท้าทายและการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นในตลาดอาหารโลก
ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชี และการเงิน บริษัท สหฟาร์ม จำกัด เปิดเผยว่า ธุรกิจของสหฟาร์มยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะตลาดส่งออกที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด จากยอดส่งออก 110,000 ตันในปี 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 220,000 ตันในปี 2568 หรือเติบโตถึง 100% สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดโลกที่มีต่อคุณภาพและมาตรฐานสินค้าอาหารของไทย
ปัจจุบัน สินค้ากลุ่มไก่ปรุงสุกและไก่แช่แข็งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง ส่งผลให้ในบางช่วงบริษัทมีคำสั่งซื้อเข้ามาเกินกำลังการผลิต ขณะที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัยทางอาหาร และระบบตรวจสอบย้อนกลับมากขึ้น
“การแข่งขันในตลาดโลกวันนี้ไม่ได้วัดกันที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่คุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความปลอดภัยทางอาหาร คือปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคทั่วโลก สหฟาร์มจึงมุ่งพัฒนาระบบการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับสินค้าอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล” ดร.จารุวรรณ กล่าว
สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าขยายตลาดต่างประเทศ เพิ่มมูลค่าสินค้าแปรรูป และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก ขณะที่ผลประกอบการปี 2568 สามารถสร้างยอดขาย รายได้ และกำไรสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท สะท้อนถึงความแข็งแกร่งขององค์กรและศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก
นอกจากนี้ สหฟาร์มยังเดินหน้าต่อยอดธุรกิจประมง ภายใต้วิสัยทัศน์ของ ดร.ปัญญา โชติเทวัญ และการสานต่อของ ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดโปรตีนคุณภาพ โดยเฉพาะ “ปลานิล” ซึ่งถูกวางเป็นหนึ่งในสินค้าศักยภาพใหม่ หลังพบแนวโน้มความต้องการบริโภคโปรตีนคุณภาพเพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาค ทั้งเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ขณะที่ผลิตภัณฑ์ปลาดุกยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มธุรกิจประมงของสหฟาร์มมุ่งพัฒนาคุณภาพตั้งแต่กระบวนการเพาะเลี้ยง การคัดเลือกสายพันธุ์ การควบคุมคุณภาพน้ำ อาหารสัตว์ และระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานสากล รองรับทั้งตลาดภายในประเทศและการส่งออกในรูปแบบปลาสด แช่แข็ง และผลิตภัณฑ์แปรรูปเพิ่มมูลค่า
การเข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของสหฟาร์มในการตอกย้ำบทบาทผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารคุณภาพระดับโลก พร้อมสะท้อนวิสัยทัศน์การขยายธุรกิจสู่ตลาดโปรตีนแห่งอนาคต เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดโลก

