อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยในปี 2569 กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากแรงกดดันของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สู่โอกาสใหม่ด้านความมั่นคงอาหาร โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมไก่และไข่ ซึ่งถือเป็นแหล่งโปรตีนหลักของโลก และเป็นหนึ่งในห่วงโซ่อาหารที่ไทยมีศักยภาพการแข่งขันสูง
นางสาวกชสร โตเจริญธนาผล รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารในปีนี้ยังเผชิญความไม่แน่นอนรอบด้าน แต่ในอีกมุมหนึ่งกลับกลายเป็นแรงหนุนให้หลายประเทศหันมาให้ความสำคัญกับการ สำรองอาหารและความปลอดภัยทางอาหาร (Food Security & Food Safety) มากขึ้น
“การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ผลผลิตอาหารในหลายประเทศผันผวน ขณะที่อาเซียนและไทย ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารรายสำคัญของโลก และมีความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ จึงถูกมองว่าเป็น Global Food Safety Zone โดยเฉพาะสินค้าโปรตีนจากสัตว์ เช่น ไก่และไข่ ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก” นางสาวกชสรกล่าว
อย่างไรก็ตาม โอกาสดังกล่าวมาพร้อมการแข่งขันที่เข้มข้น ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมไก่–ไข่ ตั้งแต่ฟาร์ม โรงเชือด การแปรรูป ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ จำเป็นต้องเร่งยกระดับมาตรฐานการผลิต ความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และการลดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดส่งออก
ทั้งนี้ ทิศทางการผลิตอาหารโลกกำลังก้าวสู่ ยุคประสิทธิภาพขั้นสูงและความยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบ ผู้ผลิตที่ไม่ปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือขาดแผนบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม อาจหลุดจากห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมไก่และไข่ ที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในประเด็นคาร์บอนฟุตพริ้นต์ สวัสดิภาพสัตว์ และความปลอดภัยของผู้บริโภค
ปัจจุบัน เทคโนโลยีไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป แม้แต่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ก็สามารถนำ AI มาช่วยวางแผนการเลี้ยง การคาดการณ์ผลผลิตไข่ การจัดการต้นทุนอาหารสัตว์ หรือใช้ IoT และเซนเซอร์ ตรวจวัดสภาพแวดล้อมในโรงเรือน รวมถึงการนำ Automation ขนาดเล็ก มาปรับปรุงกระบวนการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดของเสีย และยกระดับมาตรฐานสุขอนามัย
ด้วยเหตุนี้ การจัดงาน ProPak Asia 2026 จะไม่ใช่เพียงงานแสดงเครื่องจักร แต่จะเป็นเวทีนำเสนอ “Ecosystem of Transformation” ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีการผลิตอาหาร แปรรูป บรรจุภัณฑ์ และโลจิสติกส์เข้าด้วยกัน โดยผู้เข้าร่วมงานจะได้เห็นการประยุกต์ใช้จริงของ AI, IoT, Robotics และ Automation ที่ช่วย ลดต้นทุน เพิ่มกำไร ลดคาร์บอน และตอบโจทย์อุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ รวมถึงธุรกิจไก่–ไข่โดยเฉพาะ
เพื่อรองรับการเติบโตสู่การเป็นงานสำคัญของอุตสาหกรรมแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก การจัดงาน ProPak Asia 2026 จึงย้ายสถานที่จัดงานไปยัง ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมขยายพื้นที่จัดงานเป็น 65,000 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นราว 20% คาดว่าจะมีผู้ร่วมจัดแสดงกว่า 2,500 แบรนด์ จาก 45 ประเทศ และผู้เข้าชมงานกว่า 80,000 คน
ภายในงานยังจัดโซนแสดงเทคโนโลยีครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การแปรรูปอาหารโปรตีน การผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าไก่และไข่ การทดสอบคุณภาพ การจัดเก็บ ไปจนถึงโลจิสติกส์ พร้อมเวทีสัมมนาระดับภูมิภาค อาทิ Executive Talk: Asian Agri-Food Sector ที่เจาะลึกภาคเกษตร-อาหาร และแนวโน้มธุรกิจในอนาคต
สำหรับงาน ProPak Asia 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–13 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.propakasia.com

