CFARM หรือ บริษัท ชูวิทย์ ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจเกษตรครบวงจร ล่าสุดกางแผนขยายสู่ธุรกิจไก่ไข่ รับโอกาสตลาดที่มีแนวโน้มเติบโต ท่ามกลางภาวะโรคระบาดในบางพื้นที่และต้นทุนอาหารสัตว์ที่ปรับลดลง หนุนผลการดำเนินงานช่วงปลายปี 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569–2570
นางสาวมธุชา จึงธนสมบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการจัดการ CFARM เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 คาดว่าจะยังเติบโตต่อเนื่อง จากรอบการเลี้ยงไก่ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางซึ่งยังเผชิญปัญหาโรคระบาด ส่งผลให้ความต้องการไก่จากผู้ประกอบการรายใหญ่และคู่สัญญาปรับตัวสูงขึ้น
Q4/68 แรงต่อเนื่อง รับอานิสงส์ต้นทุนลด
บริษัทคาดว่าในปี 2568 จะมีปริมาณไก่ในระบบรวมราว 15.8 ล้านตัว ขณะเดียวกัน CFARM ยังได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับลดลง ทำให้ต้นทุนของคู่สัญญาลดลง และบริษัทสามารถจัดหาอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพได้ในต้นทุนที่เหมาะสม ส่งผลให้รายได้ทั้งปี 2568 คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 230 ล้านบาท
ปี 2569 เปิดเกมใหม่ “ไก่ไข่” เติมรายได้ระยะยาว
สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าปริมาณการเลี้ยงไก่เนื้อใกล้เคียงกับปี 2568 แต่จะมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการเริ่มลงทุนในธุรกิจไก่ไข่ โดยคาดว่าจะเริ่มเลี้ยงในช่วงไตรมาส 2–3/2569 จำนวนประมาณ 200,000 ตัว ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ และคาดว่าจะเห็นผลเชิงบวกอย่างเต็มปีตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
ตลาดไข่ไก่ปีนี้ยังมี “โอกาส” หนุนผู้เล่นรายใหม่
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมประเมินว่า ตลาดไข่ไก่ของไทยในปีนี้ยังมีแนวโน้มทรงตัวถึงขยายตัวเล็กน้อย จากการบริโภคในประเทศที่ยังแข็งแกร่ง ไข่ไก่ยังคงเป็นแหล่งโปรตีนราคาประหยัดท่ามกลางค่าครองชีพสูง ขณะที่ภาคบริการ ร้านอาหาร และธุรกิจแปรรูปอาหารกลับมาฟื้นตัวต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ความผันผวนของปริมาณผลผลิตในบางช่วง จากปัญหาโรคระบาดและต้นทุนการเลี้ยง ทำให้ผู้ประกอบการที่มีระบบบริหารจัดการฟาร์มและต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ มีโอกาสสร้างรายได้และอัตรากำไรที่มั่นคงมากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทที่สามารถต่อยอดสู่การขายแบบสัญญา (Contract farming) หรือเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอาหารในห่วงโซ่เดียวกัน
ทั้งนี้ การที่ CFARM ขยายเข้าสู่ธุรกิจไก่ไข่ จึงถือเป็นการกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจเดิม พร้อมเพิ่มแหล่งรายได้ประจำ (Recurring income) ในระยะยาว ท่ามกลางทิศทางอุตสาหกรรมปศุสัตว์ที่ยังต้องอาศัยการบริหารต้นทุนและความยืดหยุ่นในการปรับตัวเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในอนาคต

