เนื้อหาดูได้ที่:
บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) หรือ CFARM เดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนการเติบโตระยะ 3 ปี (2569–2571) หลังเข้าร่วมโครงการ Jump+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมุ่งยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม เพื่อผลักดัน ยอดขาย (Sales), EBIT และ EBITDA ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
นางสาวมธุชา จึงธนสมบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการจัดการ CFARM เปิดเผยว่า บริษัทได้เริ่มดำเนินโครงการสำคัญตั้งแต่ปี 2568 เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว โดยมีแผนพัฒนาหลัก ได้แก่
🔹 ยกระดับฟาร์มไก่เนื้อด้วยเทคโนโลยี
พัฒนา Farm Management, ฟาร์มออนไลน์ (FOL) และ Internet of Things (IoT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงและควบคุมการผลิต
🔹 นำระบบดิจิทัลบริหารองค์กรเต็มรูปแบบ
ติดตั้งระบบ ERP Oracle NetSuite, Analytic, Business Intelligence และ AI in Agri Business เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการบริหารธุรกิจ
🔹 ขยายตลาดส่งออกยุโรป
ผ่านมาตรฐาน Qualified LR – Europe Export เพื่อรองรับการส่งออกไปยังตลาดยุโรปและสหราชอาณาจักร
🔹 พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และเกษตรอินทรีย์
เช่น การต่อยอดผลิตภัณฑ์พลอยได้จากฟาร์ม เช่น ขี้ไก่แห้ง เพื่อตอบโจทย์ตลาดเกษตรอินทรีย์
🔹 ลงทุนธุรกิจใหม่ “ฟาร์มไก่ไข่”
หนึ่งในโครงการสำคัญคือ การลงทุนฟาร์มไก่ไข่ขนาด 200,000 ตัว ภายใต้รูปแบบ Contract Farming ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าในการก่อสร้างแล้วประมาณ 20% คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วง ปลายไตรมาส 3 ปี 2569 และเริ่ม รับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ปี 2569
สำหรับเงินลงทุน บริษัทมีเงินจาก IPO คงเหลือประมาณ 141 ล้านบาท โดยจะใช้ 120 ล้านบาท สำหรับการลงทุนฟาร์มไก่ไข่ ส่วนที่เหลือจะใช้พัฒนาธุรกิจฟาร์มไก่เนื้อ โดยยืนยันว่าขณะนี้ ยังไม่มีแผนซื้อกิจการ (M&A)
บริษัทคาดว่าในปี 2569 รายได้หลักยังคงมาจากธุรกิจ ฟาร์มไก่เนื้อ ขณะที่ธุรกิจไก่ไข่จะเริ่มสร้างรายได้บางส่วนในช่วงปลายปี คิดเป็นประมาณ 15% ของรายได้รวม ก่อนที่จะเพิ่มสัดส่วนเป็น 40% ภายในปี 2570 ซึ่งจะกลายเป็น New S-Curve สำคัญของบริษัท
“ปีนี้รายได้หลักยังมาจากธุรกิจไก่เนื้อ ส่วนธุรกิจไก่ไข่จะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2569 และคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 40% ในปี 2570” นางสาวมธุชา กล่าว
ในด้านปัจจัยภายนอก บริษัทระบุว่า สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในระดับจำกัด เนื่องจากโครงสร้าง Contract Farming ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดและถั่วเหลือง ส่งผลต่อคู่สัญญามากกว่าบริษัทโดยตรง อีกทั้งมีการทำ ประกันความเสี่ยงด้านราคา ไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังศึกษา พลังงานทางเลือก เพื่อลดผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง เนื่องจากบริษัทมี ระบบรถขนส่งสินค้าในฟาร์มของตนเอง
สำหรับ แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ธุรกิจฟาร์มไก่เนื้อยังคงเติบโตได้ดี พร้อมเพิ่มมาตรการป้องกันโรคระบาดอย่างเข้มงวด ขณะที่ ราคาไก่เนื้อในสัญญาปัจจุบันยังทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อน
ด้านตลาดส่งออกยังคงดำเนินได้ตามปกติ โดยตลาดหลักอยู่ใน ภูมิภาคเอเชีย และล่าสุด CFARM ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน Farm First Assurance Scheme จาก LRQA ซึ่งช่วยเปิดโอกาสในการ ส่งออกสินค้าไปยังตลาดยุโรปและสหราชอาณาจักร (UK) เพิ่มเติม
การเดินหน้ากลยุทธ์ครั้งนี้สะท้อนเป้าหมายของ CFARM ในการ ยกระดับธุรกิจเกษตรสู่ระบบฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farming) พร้อมขยายฐานรายได้ใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

