Tyson Foods รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2026 แข็งแกร่งเกินคาด โดยได้รับแรงหนุนหลักจากกลุ่มธุรกิจไก่และอาหารสำเร็จรูป ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันต่อเนื่องในธุรกิจเนื้อวัว
บริษัททำกำไรต่อหุ้น (Adjusted EPS) ได้ที่ 0.87 ดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการตลาด 11.5% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 13.7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนโมเมนตัมการเติบโตที่ยังแข็งแกร่ง แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่ท้าทาย
ธุรกิจไก่: แกนหลักของการเติบโต
กลุ่มธุรกิจไก่ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ โดยมีผลการดำเนินงานโดดเด่นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6
- รายได้ 4.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4%
- กำไรจากการดำเนินงาน 523 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 27%
- อัตรากำไรขยายเป็น 12.2%
การเติบโตดังกล่าวมาจากการยกระดับประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การเลี้ยงไปจนถึงการกระจายสินค้า รวมถึงความได้เปรียบด้านพันธุกรรมไก่ที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น ท่ามกลางแนวโน้มผู้บริโภคที่หันมาเลือกโปรตีนราคาคุ้มค่ามากขึ้น
อาหารสำเร็จรูป: เติบโตตามเทรนด์โปรตีนสูง
กลุ่มอาหารสำเร็จรูปยังคงเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ
- รายได้ 2.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5%
- กำไรจากการดำเนินงาน 352 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7%
สินค้ากลุ่มโปรตีนสูงและอาหารพร้อมรับประทานยังได้รับความนิยม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Jimmy Dean ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่และสายสุขภาพ
เนื้อวัว: แรงกดดันจากต้นทุนยังสูง
ในทางกลับกัน ธุรกิจเนื้อวัวยังคงเป็นจุดอ่อนหลักของบริษัท
- รายได้ทรงตัวที่ 5.2 พันล้านดอลลาร์
- ปริมาณขายลดลง 13.1%
- ขาดทุนจากการดำเนินงาน 202 ล้านดอลลาร์
- อัตรากำไรติดลบ 3.9%
แรงกดดันหลักมาจากต้นทุนโคที่อยู่ในระดับสูงและข้อจำกัดด้านอุปทาน ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
Tyson แสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงฐานะการเงินอย่างต่อเนื่อง
- กระแสเงินสดอิสระ 432 ล้านดอลลาร์
- อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงเหลือ 2.2 เท่า
สะท้อนถึงวินัยทางการเงินและความสามารถในการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
ปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งปี
จากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก บริษัทได้ปรับเพิ่มประมาณการปี 2026
- รายได้จากการดำเนินงานรวม: 2.2–2.4 พันล้านดอลลาร์
- กระแสเงินสดอิสระ: 1.2–1.8 พันล้านดอลลาร์
โดยเฉพาะธุรกิจไก่ที่ถูกปรับเพิ่มเป้าหมายกำไรขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง
มุมมองเชิงกลยุทธ์
ผลประกอบการครั้งนี้ตอกย้ำการปรับสมดุลพอร์ตธุรกิจของ Tyson อย่างชัดเจน โดย “ธุรกิจไก่” และ “อาหารสำเร็จรูป” กลายเป็นแกนหลักของการเติบโต ขณะที่ธุรกิจเนื้อวัวยังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง
ภายใต้แนวโน้มการบริโภคที่ให้ความสำคัญกับโปรตีนและความคุ้มค่า Tyson มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ในฐานะผู้ผลิตโปรตีนรายใหญ่ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของต้นทุนสินค้าเกษตร ภาวะเศรษฐกิจ และสถานการณ์อุปทานในตลาดเนื้อวัว ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามในระยะถัดไป

