เนื้อหาดูได้ที่:
วงการอาหารพื้นเมืองและเกษตรกรใต้คึกคัก เมื่อกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศขึ้นทะเบียน “ไก่เบตงยะลา” เป็น สินค้า GI (Geographical Indication) อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำความโดดเด่นของไก่พื้นเมืองขึ้นชื่อที่มีประวัติยาวนานกว่า 80 ปี และเป็นสัญลักษณ์คู่เมืองเบตงที่โด่งดังไปไกลทั้งในและต่างประเทศ
“ไก่เบตง” มีต้นกำเนิดจากไก่พันธุ์กวางไส ซึ่งชาวจีนอพยพนำเข้ามาเลี้ยงในอำเภอเบตงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 2483 ก่อนจะผสมกับไก่พื้นเมืองไทยจนเกิดเป็นสายพันธุ์พิเศษที่พบได้เฉพาะในยะลาเท่านั้น ไก่เบตงจึงมีลักษณะโดดเด่นทั้งรูปร่าง สีขน และรสชาติของเนื้อที่เป็นเอกลักษณ์
ลักษณะเด่นของไก่เบตง สีเหลืองทอง–หางสั้น–เนื้อนุ่มหอม
ไก่เบตงมีขนสีเหลืองทอง หางสั้นหรือแทบไม่มีหาง ปีกสั้นแต่แข็งแรง ตัวผู้มีจะงอยปากงุ้ม ใบหน้าและดวงตาคมชัด ส่วนตัวเมียมีหงอนรูปถั่วและขนดกสีเหลืองตลอดลำตัว จุดเด่นสำคัญที่ทำให้คนทั่วประเทศหลงรักคือเนื้อไก่มีสีเหลืองนุ่ม หนังบางหอม ไม่มันเยอะ รสชาติเฉพาะตัวจนเป็นที่ต้องการในร้านอาหารพื้นเมืองและภัตตาคารชื่อดังหลายแห่ง
เส้นทางการเลี้ยงที่พิถีพิถันตั้งแต่ฟักไข่ถึงระยะขุน
การเลี้ยงไก่เบตงต้องอาศัยการดูแลอย่างละเอียด ตั้งแต่นำไข่เข้าตู้ฟัก 21 วัน อบอุ่นลูกไก่ด้วยระบบกกในช่วงแรกเกิด ก่อนปล่อยเข้าสู่ระยะรุ่นที่ให้ไก่หากินตามธรรมชาติ และเข้าสู่ระยะขุนที่คัดไก่คุณภาพสูงให้อาหารและน้ำอย่างสม่ำเสมอ จนได้ไก่อายุ 5–7 เดือน น้ำหนักมาตรฐานพร้อมส่งแปรรูป
จากตำนานท้องถิ่นสู่การรับรองระดับประเทศ
ล่าสุด “ไก่เบตงยะลา” ที่ถือเป็นไก่สดจากสายพันธุ์พื้นเมืองแท้ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อย่างเป็นทางการ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ถือเป็นการยกระดับคุณภาพ เพิ่มมูลค่า และคุ้มครองชื่อเสียงของสินค้าท้องถิ่น พร้อมผลักดันให้ไก่เบตงก้าวสู่ตลาดระดับสากล
การขึ้นทะเบียน GI ครั้งนี้ไม่เพียงเป็นชัยชนะของชาวเบตง แต่ยังเป็นความภาคภูมิใจของชาวยะลา และคนไทยทั้งประเทศ ที่ได้เห็นของดีพื้นเมืองได้รับการยอมรับอย่างสมศักดิ์ศรี ทั้งยังช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกร พร้อมสืบสานตำนาน “ไก่เหลืองทองแห่งแดนใต้” ให้คงอยู่คู่ชุมชนต่อไป

