เนื้อหาดูได้ที่:
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า การส่งออกอาหารไทยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.–ก.พ.) มีมูลค่า 202,100 ล้านบาท หดตัว 10.5% ท่ามกลางอุปสงค์โลกที่อ่อนแรง ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น มาตรการระงับการนำเข้าอาหารหลักของอินโดนีเซีย รวมถึงผลกระทบจากการปิดด่านและความตึงเครียดระหว่างไทย–กัมพูชา โดยคาดว่าในไตรมาสแรกของปี 2569 การส่งออกอาหารไทยหดตัวต่อเนื่อง จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่จะเริ่มส่งผลต่ออุตสาหกรรมอาหารตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป ผลกระทบทางอ้อมที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานจะมีบทบาทสำคัญในการกดดันเศรษฐกิจและการค้าโลกให้อ่อนตัวและกระทบต่อการส่งออกอาหารไทยในปี 2569
การแถลงข่าวร่วม 3 องค์กรเศรษฐกิจด้านธุรกิจเกษตรและอาหาร มีตัวแทนหลักของทั้ง 3 องค์กร ประกอบด้วย ดร.ทองดี ปาโส ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต และ นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมให้รายละเอียด
นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือของ 3 องค์กร ในส่วนของสถาบันอาหารจะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องภายใต้การดำเนินงานของศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร โดยมีสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมบูรณาการข้อมูล พบว่า การส่งออกสินค้าอาหารไทยในช่วง 2 เดือนแรกปี 2569 มีมูลค่า 202,100 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 10.5 มีสาเหตุสำคัญมาจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคในตลาดโลกที่ลดลงจากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจและสงครามการค้า การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงลดทอนความสามารถในการปรับราคาตามต้นทุนของผู้ผลิต นโยบายจำกัดการนำเข้าและการพึ่งพาตนเองด้านอาหารมากขึ้นของคู่ค้าในภูมิภาค โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่ประกาศไม่นำเข้าสินค้าอาหารหลักอย่างข้าว ข้าวโพด และน้ำตาลในปีนี้ เนื่องจากมีสต็อกภายในประเทศเพียงพอ ส่งผลให้การนำเข้าสินค้าจากไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นยังทำให้สินค้าไทยมีราคาแพงขึ้นในสายตาผู้ซื้อ ราคาสินค้าเกษตรและอาหารหลายชนิด เช่น ผัก ผลไม้ มะพร้าว และทุเรียนที่ตกต่ำ กดดันรายได้การส่งออก ขณะเดียวกันความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชายังส่งผลให้ยอดส่งออกไปกัมพูชาหายไปกว่า 5,000 ล้านบาทต่อเดือน คิดเป็นประมาณ 5% ของมูลค่าส่งออกอาหารทั้งหมด ตลาดหลักหลายแห่งยังหดตัว เช่น CLMV อาเซียนเดิม สหรัฐฯ ตะวันออกกลาง และญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดที่เติบโต ได้แก่ เอเชียใต้ สหภาพยุโรป CIS และจีน
ด้านสถานการณ์การค้าอาหารไทยในปี 2568 พบว่า การส่งออกสินค้าอาหารไทยมีมูลค่า 1,510,066 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 8.1 สะท้อนแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว มาตรการภาษีของสหรัฐฯ กำลังซื้อคู่ค้าอ่อนตัว ค่าเงินบาทแข็งค่า รวมถึงความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อสินค้าหลักที่ไทยพึ่งพาตลาดต่างประเทศโดยตรง
ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ยังระบุอีกว่า ในส่วนของการส่งออกกลุ่มสินค้าอาหารอนาคต (Future Food) สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในฐานะ “เครื่องยนต์ใหม่” ของอุตสาหกรรมอาหาร ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกขยายตัวจาก 79,525 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 134,468 ล้านบาทในปี 2568 อัตราเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 11.1 ต่อปี ขณะเดียวกันสัดส่วนการส่งออกอาหารอนาคตต่อการส่งออกอาหารรวมทั้งหมด มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 7.4 ในปี 2563 เป็นร้อยละ 8.9 ในปี 2568 สะท้อนถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของสินค้าอาหารอนาคตในโครงสร้างการส่งออกของไทย แม้ในระยะสั้นจะมีความผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการส่งออกยังคงกระจุกตัวสูง โดยพึ่งพากลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ (Health & Wellness Food) เป็นหลัก มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 90.3 และเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 12.6 ต่อปี ขณะที่กลุ่มอาหารทางการแพทย์ (Medical Food) มีสัดส่วนร้อยละ 4.8 เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3.7 แม้เริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้น แต่ศักยภาพในการผลิตและส่งออกยังอยู่ในวงจำกัด ในทางกลับกัน กลุ่มโปรตีนทางเลือก (Alternative Protein) มีสัดส่วนร้อยละ 3.7 และกลุ่มอาหารอินทรีย์ (Organic Food) สัดส่วนร้อยละ 1.1 กลับชะลอตัวลงเฉลี่ยร้อยละ 0.7 และร้อยละ 2.5 ตามลำดับ สะท้อนข้อจำกัดด้านต้นทุน เทคโนโลยี และการยอมรับของตลาด แม้ภาพรวมอาหารอนาคตจะมีศักยภาพสูงและเติบโตต่อเนื่อง แต่โครงสร้างการเติบโตยังไม่กระจายตัวและมีความเปราะบาง จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนานวัตกรรม เพิ่มความหลากหลายของสินค้า และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมอาหารไทยในระยะยาว
ภาพรวมตลาดส่งออกอาหารไทยปี 2568 สะท้อนโครงสร้างตลาดที่กระจายตัวมากขึ้น โดยตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยในปัจจุบัน คือ จีน มีสัดส่วนร้อยละ 22.3 ของการส่งออกอาหารทั้งหมด รองลงมาคืออาเซียน (11.5%), สหรัฐอเมริกา (11.3%) และ CLMV (10.8%) ตลาดสำคัญหลายแห่งยังหดตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค รวมถึงความกังวลสงครามการค้าสหรัฐฯ โดยการส่งออกไปยังจีนหดตัวลงร้อยละ -11.6% อาเซียน (-13.6%), CLMV (-10.0%), ญี่ปุ่น (-8.9%), ตะวันออกกลาง (-16.7%) และแอฟริกา (-25.2%) ขณะที่ตลาดที่ยังเติบโต ได้แก่ สหภาพยุโรป (+5.2%), เอเชียใต้ (+35.5%), สหราชอาณาจักร (+1.7%) และประชาคมรัฐเอกราช (CIS) (+5.8%) ได้แรงหนุนจากความกังวลด้านความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะสหภาพยุโรปที่นำเข้าอาหารเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเพื่อรองรับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย–ยูเครน
ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ตลาดส่งออกอาหารไทยมีการปรับโครงสร้างชัดเจน โดยไทยพึ่งพาตลาดในภูมิภาคและตลาดใหม่ๆ มากขึ้น สัดส่วนรวมสูงถึงร้อยละ 70 จากเดิมร้อยละ 48 โดยตลาดสำคัญคือจีนและอาเซียน ขณะที่การพึ่งพาตลาดเดิมในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ลดลงเหลือ 30% จากเดิม 52% สะท้อนการกระจายความเสี่ยงและการใช้โอกาสจากข้อตกลงการค้าแบบทวิภาคี (FTA) ของไทยในการขยายการส่งออก
ด้านตำแหน่งของสินค้าอาหารไทยในตลาดโลกพบว่า มีทิศทางอ่อนตัวลงเล็กน้อย สวนทางกับภาพรวมการค้าอาหารโลก โดยในปี 2568 การค้าอาหารโลกมีมูลค่า 2,146 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5.1% อาหารยังเป็นสินค้าจำเป็นที่มีความยืดหยุ่นสูง (Defensive Sector) ด้วยอัตราเติบโตระยะยาว (CAGR) 5–6% จนถึงปี 2577 ในปี 2568 ไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารอันดับ 15 ของโลก มีส่วนแบ่งตลาด 2.14% ลดลงจากปีก่อน สะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
แนวโน้มในไตรมาสแรกของปี 2569 (ม.ค.–มี.ค.) คาดว่าการส่งออกสินค้าอาหารไทยจะมีมูลค่า 305,900 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 11.5 หดตัวต่อเนื่องจากปีก่อน โดยในเดือนมีนาคมภาคส่งออกจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปยังกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) และการ Re-export จากยูเออีไปยังหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา (MENA) ถูกตัดขาด สินค้าที่พึ่งพาตลาดตะวันออกกลางมาก เช่น ทูน่ากระป๋อง (17.4%) ข้าว (13.3%) ข้าวโพดหวานปรุงแต่ง (12.4%) และสับปะรดกระป๋อง (11.5%) มีโอกาสได้รับผลกระทบสูง ขณะที่สินค้าที่พึ่งพาตลาดนี้ในระดับปานกลาง เช่น ไก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องดื่มจากมะพร้าว (4–5%) จะได้รับผลกระทบน้อยกว่า ขณะที่ผลกระทบทางอ้อมจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นเป็นความท้าทายหลักที่จะสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ราคาปุ๋ย วัตถุดิบเกษตร โรงงานแปรรูป บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงค่าขนส่งและการกระจายสินค้า ขณะที่ความต้องการตลาดโลกยังอ่อนแรงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อที่จะปรับตัวสูงขึ้น และการแข่งขันด้านราคา
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2569 คาดว่ามูลค่าการส่งออกอาหารไทยจะมีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท ลดลงร้อยละ 7.3 หดตัวรุนแรงที่ -17.7% ในช่วงไตรมาส 2 ก่อนที่จะทยอยปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังและฟื้นตัวได้เล็กน้อยในช่วงปลายปี หากสถานการณ์เศรษฐกิจและความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ลุกลาม ปัจจัยลบที่กระทบส่งออกสาเหตุหลักมาจากอุปสงค์โลกที่อ่อนแรงจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ความไม่สงบในตะวันออกกลางบั่นทอนบรรยากาศการค้า มาตรการจำกัดการนำเข้าและความพึ่งพาตนเองด้านอาหารของคู่ค้า ราคาสินค้าเกษตรลดลง ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ รวมถึงผลกระทบจากความขัดแย้งไทย–กัมพูชา สำหรับตลาดส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น เช่น เอเชียใต้ (+35%) และสหภาพยุโรป (+15.9%) ขณะที่กลุ่มตลาดที่จะหดตัวสูงสุด คือ ตะวันออกกลาง (-50.7%) เพราะประเทศปลายทางส่วนใหญ่ต้องอาศัยเรือสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนตลาดสหรัฐฯ คาดว่าจะหดตัว -12.8% โดยปีก่อนผลกระทบของมาตรการภาษีต่อการส่งออกอาหารไทยยังไม่ชัดเจน เนื่องจากสินค้าที่เก็บได้นาน เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง ทูน่ากระป๋อง และสับปะรดกระป๋อง ขยายตัวจากการกักตุนชั่วคราว ขณะที่สินค้าที่อายุสั้น เช่น ข้าว กุ้ง และอาหารพร้อมรับประทาน หดตัวลง สะท้อนถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคและผู้นำเข้าที่เร่งสั่งซื้อเพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น หากการกักตุนหยุดลง คาดว่าผลกระทบของมาตรการภาษีจะชัดเจนและรุนแรงมากขึ้น สำหรับตลาดอื่นๆ ที่คาดว่าจะลดลง ได้แก่ CLMV (-35.2%), อาเซียน (5) (-14.0%) และแอฟริกา (-15.2%) อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตยังมีโอกาสจากแรงหนุนค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าและความต้องการอาหารที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่กำลังเผชิญกับภัยสงคราม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกอาหารไทยให้พลิกกลับมาขยายตัวได้เช่นกัน
ผู้เขียน

อุตสาหกรรมสัตว์ปีกในเอเชียแสดงให้เห็นถึงความตระหนักรู้ด้านความยั่งยืนที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ยังคงมีความท้าทายอยู่
Dr Hamid Jawad Dr. Faran Hameed
แนวทางสมัยใหม่ในการควบคุมโรคหลอดลมอักเสบติดเชื้อในสัตว์ปีก
Ceva Technical Team
การกำจัดไข่ที่ไม่สามารถฟักได้อย่างแม่นยำ — ขั้นตอนสำคัญที่โรงฟักไข่ไม่ควรพลาด
Tarsicio Villalobos
ความท้าทายในการรักษาช่วงเวลาการคลอดที่เหมาะสม
Renata Steffen
ความสำคัญของโรคมาเร็กและลิมฟอยด์ลิวโคซิสในการเลี้ยงสัตว์ปีกในครัวเรือนและหลังบ้าน – ตอนที่ 1
Dr. Leopoldo H. Paasch Dr. Norma L. Calderón
การผลิตสัตว์ปีกโดยปราศจากยาปฏิชีวนะที่ใช้เป็นสารเร่งการเจริญเติบโตในอาหารสัตว์
Dr. Ricardo Rauber
การประยุกต์ใช้การวัดความต้านทานไฟฟ้าชีวภาพในการผลิตสัตว์ปีก
Edgar O. Oviedo-Rondón
สมาคมพัฒนาวิทยาศาสตร์ปศุสัตว์: ศูนย์วิจัยที่ควบคุมสภาพแวดล้อมที่แท้จริงสำหรับสัตว์ปีก
Dr. Sandeep Gupta
การขับเคลื่อนสวัสดิการสัตว์ปีกระดับโลก: บทบาทของ IPWA ในด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และการศึกษา
Elena Myhre
การนำการจัดสูตรอาหารสัตว์แบบไดนามิกและโภชนาการที่แม่นยำมาใช้ในการผลิตสัตว์ปีก
Edgar O. Oviedo-Rondón
การผลิตแฮมไก่รมควันแบบฉีดขึ้นรูป
Leonardo Ortiz Escoto
อายุยืนยาวของไก่ไข่เริ่มต้นตั้งแต่การเลี้ยง
H&N Technical Team
สัมภาษณ์พิเศษ เกร็ก ไทเลอร์

ข้อมูลเชิงลึกจากรายงานกรอบการดำเนินงาน US-RSPE ฉบับปฐมฤกษ์
Elena Myhre
โรคจากไวรัสนิวคาสเซิล: เพื่อตัดสินใจควบคุมโรคให้ดีที่สุด ตอนที่ 2
Eliana Icochea D’Arrigo
กลยุทธ์ สำหรับการควบคุมโรคหลอดลมอักเสบติดเชื้ออย่างเหมาะสม
Guillermo Gonzalez & Jean Leorat Marco Aurélio Elmer Lopes Mathilde Lecoupeur
อีโคไลก่อโรคในสัตว์ปีก E.COLI (APEC): ซีโรไทป์ และความรุนแรง
Cecilia Rosario Cortés
ยกระดับฟาร์มเพาะฟักประสิทธิภาพกับข้อมูลขับเคลื่อนใหม่ของ PETERSIME บริการสนับสนุนการฟัก
Petersime Technical Team
การดื้อยาต้านจุลินทรีย์ในห่วงโซ่อาหารสัตว์ปีกและกลยุทธ์ใหม่ในการควบคุมแบคทีเรีย
Edgar O. Oviedo-Rondón
ความสำคัญของการฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับปัญหาสวัสดิภาพสัตว์ในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
M. Verónica Jiménez Grez
ไฮไลท์ผลงานวิจัยจากฟอรั่มวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกนานาชาติ 2025
Edgar O. Oviedo-Rondón
โรคนิวคาสเซิล รู้จักไวรัสนี้ให้ดีขึ้น เพื่อจะได้ตัดสินใจควบคุมโรคให้ดีที่สุด
Eliana Icochea D’Arrigo
แนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้สำหรับโรคไขมันพอกตับและเลือดออกในไก่ไข่
Edgar O. Oviedo-Rondón
ปัจจัยและกลยุทธ์ที่ช่วยปรับปรุงความสบายทางความร้อนของไก่
Humberto Marques Lipori
วิธีใช้ประโยชน์สูงสุดจากรังชุมชน Van Gent ตอนที่ 2 – การบริหารจัดการ
Winfridus Bakker
การทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อในโรงเรือนที่มีด้านข้างเปิดและการผลิตไก่เนื้อในฤดูที่มีความชื้น
Mabel Sibonginkosi Ndebele
โครงการจัดการซัลโมเนลลาในอุตสาหกรรมไก่ของสหรัฐฯ ในปี 2024
Bill Potter
การจัดการไข่บนพื้นในฟาร์มไก่เนื้อพ่อแม่พันธุ์
Cobb Technical Services Team
ไมโคทอกซิน: ขนาดเล็ก แต่สร้างความเสียหายใหญ่โต
Diogo Ito
โรคคลามิเดียในนก
Juan Carlos Morales Luna
การเพาะเลี้ยง: “การเริ่มต้นที่ถูกต้อง” สำหรับการผลิตไข่คุณภาพสูง
Kali Simioni
ความก้าวหน้าในกลยุทธ์วัคซีน: การรักษาสมดุลระหว่างความปลอดภัยและภูมิต้านทาน

ระดับไมโคท็อกซินในอาหารโปรตีนถั่วเหลือง
Edgar O. Oviedo-Rondón
แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวภาพเพื่อปกป้องฟาร์มของคุณจากโรคไข้หวัดนก
Dr. Algis-Martinez
ทำไมเราจึงควรแยกอาหารโปรตีนถั่วเหลืองตามแหล่งที่มาสำหรับการจัดสูตรอาหารไก่ในระบบโภชนาการที่แม่นยำ?
Edgar O. Oviedo-Rondón
ความยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
Edgar O. Oviedo-Rondón Minliang Yang
เทคโนโลยีการมองเห็นด้วยเครื่องจักรสำหรับการติดตามสวัสดิภาพสัตว์ปีก
Lilong Chai
การกระจายตัวของไก่ที่ไม่สม่ำเสมออาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายที่สูงได้
Brian Fairchild Michael Czarick
การติดเชื้อเอนเทอโรคอคคัส ลดอัตราการฟักตัวและเพิ่มอัตราการตายระยะเริ่มต้น
Edgar O. Oviedo-Rondón
การตรวจสอบไก่เนื้อในช่วงอายุที่แตกต่างกันด้วยโมเดลการเรียนรู้เชิงลึกขั้นสูง
Lilong Chai
การจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ: การทำความเข้าใจในสรีรวิทยาของไก่ตัวผู้ เพื่อออกแบบกลยุทธ์การจัดการที่ดีที่สุด
Gabriel Novaes Luciano Keske
คลื่นความร้อนและความสำคัญของสิ่งแวดล้อมในการเลี้ยงสัตว์ปีก
Alessandra Arno Iran José Oliveira da Silva
แทนนินเข้มข้นและไมโคท็อกซินในข้าวฟ่างสีน้ำตาลจากลักษณะทางพันธุกรรม: ความท้าทายใหม่ที่ต้องเอาชนะในอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์ปีก
Marta Jaramillo
โรคไข้หวัดนกที่ติดต่อจากสัตว์สู่มนุษย์
Gary García-Espinosa
ความยั่งยืนในการผลิตสัตว์ปีกผ่านการใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ปีกอย่างมีประสิทธิภาพ
Zucami Technical Team
การจัดการการให้อาหารในไก่ไข่
H&N Technical Department
BIOZYME® อาศัย AO-BIOTICS® เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินภารกิจให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
ฺBioZyme Technical Team
สัตว์ปีกนั้นดีมีประโยชน์ ผู้คนควรรับรู้สิ่งเหล่านี้
Nicolò Cinotti
คุณภาพของลูกไก่ ตอนที่ 1
็ H&N Technical Team
สรุปการเรียนรู้จากการประชุมกลุ่มวิจัยการเพาะเลี้ยงและการเจริญพันธุ์ครั้งที่ 49 (IFRG)
Edgar O. Oviedo-Rondón
ความก้าวหน้าในกลยุทธ์วัคซีน: การรักษาสมดุลระหว่างความปลอดภัยและภูมิต้านทาน
Santiago Uribe-Diaz
สัญญาณแสงสำหรับโครงการเลี้ยงดูฝูงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์
Chance Bryant
เราจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการแสวงหากำไรและความยั่งยืนได้อย่างไร?
Edgar O. Oviedo-Rondón
เหตุผลที่โลกกำลังหันไปใช้รังชุมชน (Community Nests)
Winfridus Bakker
ผลกระทบของความเครียดเรื้อรังและการอักเสบของลำไส้ต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการเลี้ยงไก่เชิงพาณิชย์: ตอนที่ 2
Guillermo Tellez-Isaias
สารต้านอนุมูลอิสระในอาหารแม่ไก่
Christine Laganá
จากกระบวนการแปรรูปไก่เนื้อ เรากำลังเตรียมความพร้อมในการจัดหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อมอบให้แก่โลกอย่างมีประสิทธิภาพ!
Eduardo Cervantes López
ขน, พัดลม, และอุณหภูมิ: คู่มือความสบายสูงสุดสำหรับลูกไก่!
ีUdaykumar Mudbakhe
ความกดอากาศ ความเร็วลม และเส้นทางของอากาศที่เข้ามา
Brian Fairchild Michael Czarick
พารามิเตอร์คุณภาพของอาหารโปรตีนจากถั่วเหลืองและแหล่งโปรตีนทางเลือกในการเลี้ยงสัตว์ปีก
Güner GÖVENÇ
สัมภาษณ์ Evelien Germeraad
Evelien Germeraad
AO-BIOTICS® EQE นวัตกรรมใหม่ในกลุ่มโพสไบโอติก ที่สามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเป็นลำดับชั้น
ฺBioZyme Technical Team
ผลกระทบของความเครียดเรื้อรังและการอักเสบของลำไส้ต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการเลี้ยงไก่เชิงพาณิชย์: ตอนที่ 1
Guillermo Tellez-Isaias
การใช้ซาโปนินในผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก
Ken Bafundo
การควบคุมแมลงในกระบวนการผลิตสัตว์ปีก
Gracieli Araujo
สัมภาษณ์ ดร. Brian Fairchild
Brian Fairchild
ถั่วเหลืองที่มีกรดโอเลอิกสูง และผลกระทบต่อคุณภาพไข่ และเนื้อไก่
Edgar O. Oviedo-Rondón
ระบาดวิทยาของเชื้อเมตานิวโมไวรัสและฤดูกาล
Edgar O. Oviedo-Rondón
การฉีดวัคซีนในไข่ฟักด้วยเทคโนโลยี EMBREX® ช่วยเสริมการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงในลูกไก่ได้ไวขึ้น
Zoetis Technical Team
พยาธิวิทยาของระบบภูมิคุ้มกันในการวินิจฉัยภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องในสัตว์ปีก
Nestor Ledesma Martínez
ขนาดของไข่
H&N Technical Team
โพรไบโอติกส์, พรีไบโอติกส์ และสารเสริมไฟโตเจนนิกสำหรับการปรับปรุงสุขภาพลำไส้ ในสัตว์ปีก ตอนที่ 2
Guillermo Tellez-Isaias Hafez M. Hafez3 et al. Juan D. Latorre1 Sakine Yalçin2
โพรไบโอติกส์, พรีไบโอติกส์ และสารเสริมไฟโตเจนนิกสำหรับการปรับปรุงสุขภาพลำไส้ ในสัตว์ปีก. ตอนที่ 1
Guillermo Tellez-Isaias Hafez M. Hafez3 et al. Juan D. Latorre1 Sakine Yalçin2
ความปลอดภัยทางชีวภาพและการปฏิบัติตามข้อกำหนด: ความสมดุลระหว่างวัฒนธรรม บุคลิกภาพ ประสบการณ์ การศึกษา และเทคโนโลยี
Edgar O. Oviedo-Rondón
การพัฒนาสุขภาพสัตว์ปีก: บทบาทของการวิเคราะห์เชิงพยากรณ์ในการป้องกันโรค
Talha Siddique
“กลยุทธ์การตลาด: แนวทางสร้างโอกาสในวิกฤตตลาดไข่”
Dr.Vincent Guyonnet
วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสีของไข่แดง: อาหารสัตว์สามารถมีผลต่อคุณภาพไข่อย่างไร
Ana C. B. Doi Ananda P. Felix Renata B. M. S. Souza Simone G. de Oliveira Suzete P. de M. Neta Vivian I. Vieira
หลักการด้านความปลอดภัยทางชีวภาพในการเลี้ยงสัตว์ปีก: มุมมองใหม่ในการควบคุมโรคความผิดปกติของการทำงานของระบบทางเดินอาหาร
Masaio Mizuno Ishizuka
ประโยชน์ในทางปฏิบัติของเครื่องวัดความสมบูรณ์ของเนื้อในแม่พันธุ์ไก่เนื้อ
Sandro Cerrate
การทำฟาร์มสัตว์ปีก 4.0: เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างไร
AviNews Br team Rodrigo Galli
โรคที่ทำให้พ่อพันธุ์ไก่กระทง มีภาวะติดลูกยาก
Edgar O. Oviedo-Rondón H. John Barnes2
การจัดหาคอนเกาะสำหรับพ่อแม่พันธุ์ไก่เนื้อ
Edgar O. Oviedo-Rondón
ความท้าทายที่เกิดจากฝ่าเท้าอักเสบในไก่เนื้อและการวางแผนโภชนาการ
Mercedes Vázquez-Añón Novus Technical Team
การประเมินระดับความแปรผันของส่วนประกอบต่าง ๆ ในอาหารสัตว์สูตรผสม
Edgar O. Oviedo-Rondón Gene Pesti Lynne Billard
ความปลอดภัยทางชีวภาพ: เราเรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการป้องกันเชื้อก่อโรคและการกักกันโรค?
aviNews Thailand Team Kate Barger Weathers
สวัสดิภาพสัตว์และปัญญาประดิษฐ์: การผสมผสานของอุตสาหกรรมไก่ในปัจจุบันหรืออนาคต?
Dra. Elein Hernández
In ovo vaccination with Embrex® technology helps support earlier, more robust immune response in chicks
Zoetis Technical Team